ข่าวฉาวเกี่ยวกับ แลร์รี่ นัสเซอร์ แพทย์ชาวอเมริกันที่ล่วงละเมิดทางเพศนักกีฬาหญิงซึ่งอยู่ในความดูแลของเขานับร้อยคน บางคนถูกละเมิดมาเป็นเวลาติดต่อกันกว่า 7 ปี  เป็นเรื่องชวนตระหนกอย่างยิ่ง 

น่าเศร้าที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจากผู้กระทำเป็นคนรู้จักของครอบครัว หลายคนเป็นคนที่ครอบครัวไว้ใจด้วยซ้ำ  หากสอบสวนลงไปลึกๆ จะพบว่าเหยื่อไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองเป็นการละเมิด และหลายครั้งมากที่การพูดถึงเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องยากเพราะความอายและกลัว

แม้นายแพทย์ผู้นี้จะโดนศาลตัดสินให้จำคุกนาน 175 ปี แต่เรายังต้องช่วยกันปกป้องเด็กจากการถูกทำร้ายและถูกล่วงละเมิดทางเพศให้ได้ผลกว่านี้ มีบทเรียนที่พ่อแม่สามารถสอนลูกซึ่งช่วยให้พวกเขาปลอดภัยได้ นี่คือคำแนะนำจากสถาบันกุมารแพทย์อเมริกัน

1. สอนให้เด็กรู้จักชื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
อาจรู้สึกประดักประเดิดบ้าง เพราะบางครั้งเราก็คิดว่าคำอย่าง “องคชาติ” หรือ “ช่องคลอด” เป็นคำที่ไม่ควรใช้ในการสนทนาปกติ และเป็นคำที่เราไม่อยากให้เด็กก่อนวัยเรียนเอาไปพูดคุยกันในสนามเด็กเล่นด้วย แต่ด้วยการสอนให้พวกเขารู้จักชื่อจริงๆ ของอวัยวะทุกส่วนของตัวเองรวมถึงอวัยวะเพศ ถือเป็นการทำสิ่งสำคัญสองอย่าง นั่นคือเราสอนให้รู้จักคำที่เหมาะสมเพื่อใช้บอกกับเราหากเกิดอะไรขึ้น และเราทำให้เด็กรู้ว่าได้รับอนุญาตให้พูดคุยถึงอวัยวะทุกส่วนของร่างกายรวมถึงอวัยวะเพศด้วย

2. ทำให้มั่นใจว่าเด็กรู้ว่าไม่ใช่แค่อวัยวะเพศที่เป็น “ส่วนตัว” เท่านั้น
รวมถึงว่าไม่มีใครควรแตะต้องพวกเขาในลักษณะที่ทำให้ไม่สบายใจ มีวิธีคิดเรื่องนี้อีกวิธีหนึ่งคือจัดให้เป็น “การแตะต้องที่ดี” และ “การแตะต้องที่ไม่ดี” เด็ก ๆ ควรบอกพ่อแม่หากมีการแตะต้องไม่ว่าที่ไหนก็ตามซึ่งตัวเด็กไม่ชอบ หรือรู้สึกว่าไม่เหมาะสมในสถานการณ์นั้น ๆ นี่เป็นเรื่องสำคัญเพราะการละเมิดทางเพศสามารถเริ่มได้ทีละเล็กละน้อยแบบไม่เปิดเผยเด่นชัด โดยผู้กระทำแสดงความรักแบบไม่มีนัยทางเพศ อย่างการกอดโดยไม่จำเป็น แตะต้องแขนหรือขา จูบ ไม่ได้หมายความว่าการแตะต้องแขนโดยผู้ใหญ่ทุกครั้งเป็นเรื่องไม่ดี ส่วนใหญ่แล้วเป็นเรื่องปกติ แต่สำคัญมากที่ต้องช่วยให้เด็ก ๆ รู้จักฟังเสียงสัญชาตญาณตัวเอง และสอนให้บอกพ่อแม่เรื่องการแตะต้องทุกครั้ง พ่อแม่เองก็ต้องฟังเมื่อเด็กบอกเล่าเรื่องการแตะต้องที่ทำให้ไม่สบายใจ อย่าได้พูดปัดไม่รับฟังเด็ดขาด จริงจังกับเรื่องนี้เสมอ ถามคำถาม และทำความเข้าใจว่าทำไมถึงเป็นเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ

3. สอนเด็กๆ ว่าการที่ผู้ใหญ่ขอให้พวกเขาเก็บความลับไม่ใช่เรื่องถูกต้อง
จริงอยู่ที่เด็ก ๆ ไม่ควรบอกแม่ว่าพ่อวางแผนอะไรไว้ฉลองวันเกิดแม่บ้าง แต่โดยทั่วไป นั่นไม่ใช่ความคิดที่ดี เช่นเดียวกันกับการแตะต้อง ความลับสามารถเริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ ที่ดูบริสุทธิ์ใจได้

4. สร้างสิ่งแวดล้อมที่สามารถพูดคุยเรื่องเพศได้
บางครั้งสิ่งที่ทำให้เด็กไม่พูดอะไรก็เพราะรู้สึกประดักประเดิดและน่าอาย การสอนชื่อที่เหมาะสมของอวัยวะต่าง ๆ นับเป็นจุดเริ่มต้น แต่เมื่อเด็กโตขึ้น ก็ต้องมีการสนทนาต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ คุยเรื่องการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ภาพลักษณ์ของร่างกาย เรื่องเพศ และความสัมพันธ์ที่ดี เมื่อมีภาพหรือข้อความเกี่ยวกับเพศในสื่อ แทนที่จะทำเป็นมองไม่เห็น ควรใช้เป็นตัวเริ่มการสนทนา เมื่อมีเหตุการณ์ในข่าวอย่างคดีนัสเซอร์ ให้ใช้เรื่องนี้เป็นโอกาสในการกล่าวย้ำถึงสารเกี่ยวกับการแตะต้องที่ดี/ไม่ดี รวมถึงความลับ ให้เด็กรู้ว่าคุณยินดีพูดคุยหัวข้อเหล่านี้
โดยทั่วไปแล้วการพูดเรื่องเพศเป็นเรื่องยากสำหรับพ่อแม่ เราอยากให้ลูกของเราคงจิตใจที่บริสุทธิ์ไว้ แต่การอนุญาตและกระตุ้นให้พูดคุยในเรื่องเหล่านี้ ช่วยให้เราสามารถส่งให้เด็ก ๆ เดินไปบนเส้นทางสู่ความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพมากกว่าและปลอดภัยอีกด้วย

เรียบเรียงจาก https://theconversation.com/whats-the-difference-between-sexual-abuse-sexual-assault-sexual-harassment-and-rape-88218

ข้อควรสอนเด็กอายุ 5 -12 ขวบ เรื่องการเคารพสิทธิเนื้อตัวร่างกาย

เนื้อหาเกี่ยวกับการสอนเรื่องสิทธิเนื้อตัวร่างกายให้แก่เด็กแต่ละวัย