การทำงานเรื่องการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ภาคีหลักที่ถือว่ามีความสำคัญ และเปรียบเสมือนกลไกขับเคลื่อนการทำงานที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็น “เยาวชน” ได้ดีที่สุด คือตัวเยาวชนด้วยกันเอง จากการเสวนาเรื่อง “เซ็กส์ไม่ท้อง ป้องกันได้ (ถ้าผู้ใหญ่เข้าใจ)” ในงานประชุมระดับชาติ เรื่องสุขภาวะทางเพศ ครั้งที่ 2 ทำให้เราได้เห็นพลังของเยาวชนชัดเจนขึ้น


จุดเริ่มต้นของ “แกนนำเยาวชน” เริ่มต้นที่ “โรงเรียน”

แกนนำเยาวชนที่ร่วมการเสวนา ประกอบไปด้วย น้องภูมิ นายมาสุ พรหมประกาย จากโรงเรียนศรีบัวบานวิทยาคม จ.นครพนม น้องโอ น.ส. อภิญญา ภิญโญศรี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย จ.เลย และน้องโอ๊ต นายเกียรติภรชัย เพียพล จากโรงเรียนนครพนมวิทยาคม จ.นครพนม ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการก้าวเข้ามาเป็นแกนนำเยาวชน เริ่มต้นจากโรงเรียนมีการจัดการเรียนรู้เรื่องเพศวิถีศึกษา หรือจัดกิจกรรมที่ให้เยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วม เช่น ชมรม YC (Youth Counselor หรือเพื่อนที่ปรึกษา) โครงการทูบีนัมเบอร์วัน การจัดกิจกรรมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ที่ให้ความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยจากการตั้งครรภ์ หรือติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การคุมกำเนิด ฯลฯ

โดยผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้เด็กนักเรียนก้าวมาเป็นแกนนำ คือ “อาจารย์” ที่ชักชวนเด็กที่ชอบทำกิจกรรมเข้ามามีบทบาทในการเป็นแกนนำให้ความรู้กับเพื่อน ๆ ในโรงเรียน น้องโอแกนนำ YC ในโรงเรียนเล่าว่า ก่อนจะมาเป็นแกนนำ YC ที่ให้การปรึกษาแก่เพื่อน ๆ ได้นั้น ต้องผ่านกระบวนการพัฒนาความรู้และทักษะในการให้การปรึกษา และการทำหน้าที่นี้แกนนำ YC ต้องมีข้อตกลงร่วมกัน ว่าจะต้องรักษาความลับของผู้ที่เข้ามาปรึกษาทุกคน โดยเรื่องที่เพื่อนมักจะเข้ามาปรึกษา คือ ความสัมพันธ์กับเพื่อน การเรียน นอกจากนี้แกนนำจะสื่อสารข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์กับวัยรุ่น เช่น การป้องกันการตั้งครรภ์ ความรู้เรื่องเพศ ฯลฯ ซึ่งน้อง ๆ หรือเพื่อน ๆ ในโรงเรียนจะรู้จักบริการของแกนนำเยาวชน YC ด้วยวิธีการบอกต่อแบบปากต่อปาก

 

“เครือข่าย” เครื่องมือสำคัญในการส่งต่อบริการจากโรงเรียน

การให้การปรึกษาโดยแกนนำ YC ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยคลี่คลายปัญหาหรือความไม่สบายใจของนักเรียนได้ระดับหนึ่ง แต่เมื่อมีปัญหาที่แกนนำไม่สามารถช่วยคลี่คลายได้ก็จะมีการส่งต่อไปยังอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ฝ่ายปกครองตามลำดับ และส่งต่อไปยังเครือข่ายภายนอกโรงเรียน เช่น คลินิกวัยรุ่นในโรงพยาบาล สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ฯลฯ พี่น้อย นางศศิธร ราชวงษ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ เล่าถึงการทำงานเชื่อมต่อระหว่างโรงเรียนโดยแกนนำ YC กับโรงพยาบาลว่า “กลุ่มแกนนำ YC เป็นเหมือนการทำกิจกรรมเชิงรุกในโรงเรียน ช่วยเรื่องการป้องกัน มีความใกล้ชิดกับปัญหา ซึ่งที่โรงพยาบาลแก้งคร้อจะมีบริการช่วยเหลือวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม ที่มีวัยรุ่นเข้ามาปรึกษาอย่างสม่ำเสมอเพราะเขาไม่มีทางออก การแนะนำส่งต่อให้วัยรุ่นรู้จักบริการ ปัญหาก็จะได้รับการคลี่คลายโดยเร็ว การมีแกนนำ YC ในโรงเรียนจึงถือเป็นสิ่งที่จำเป็น”

การทำงานร่วมกับแกนนำ YC ในโรงเรียน พี่น้อยเล่าว่า จะเข้าถึงพวกเขาก็ต้องเข้าไปทำกิจกรรมร่วมกันบ่อย ๆ ในโรงเรียน หากแกนนำ YC มีกิจกรรมอะไร คนทำงานอย่างเราก็ต้องเตรียมไปช่วย การทำงานร่วมกันยังสร้างความสนิทสนม เมื่อเกิดความสนิทกันแล้วย่อมทำให้การทำงานร่วมกันในครั้งต่อไปก็เป็นเรื่องง่ายขึ้น พี่น้อยยังบอกอีกด้วยว่า น้อง ๆ แกนนำ YC เป็นเครือข่ายที่ดีในเรื่องงานป้องกัน สามารถเป็นศูนย์กลางในการเข้าถึงถุงยางอนามัย อีกทั้งยังมีทักษะในการให้การปรึกษา ที่เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของคนทำงาน ดังนั้นคนที่ต้องการทำงานกับเยาวชนจึงควรเริ่มต้นจากการเป็นเพื่อน ไม่ตำหนิ เพราะเยาวชนมีศักยภาพมากในการทำงาน เพียงผู้ใหญ่ให้โอกาสและคอยหนุนเสริมเมื่อเขาต้องการ

เซ็กส์ไม่ท้อง ป้องกันได้?

เยาวชนแกนนำทั้ง 3 คน มีความเห็นตรงกันว่า การสอนเพศวิถีศึกษาในโรงเรียนทำให้การตั้งครรภ์ลดน้อยลง เพราะนักเรียนรู้จักวิธีการป้องกัน การเรียนการสอนก็เน้นเพื่อไปใช้ได้จริงในวิถีชีวิตประจำวัน เช่น มีกิจกรรมให้นักเรียนลองจับคู่กันไปซื้ออุปกรณ์คุมกำเนิดที่ร้านค้า การดำเนินงานในโรงเรียนแม้จะไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 100% แต่ก็มีระบบช่วยเหลือที่ทำให้นักเรียนที่ตั้งครรภ์สามารถเรียนหนังสือได้จนจบ ไม่ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน โดยยังเรียนต่อร่วมกับเพื่อนในโรงเรียนได้ หากต้องการหยุดพักก็จะมีเพื่อนนำงานไปให้ที่บ้าน เวลาสอบ ก็สามารถนำข้อสอบมาทำที่บ้าน หรือมาทำข้อสอบร่วมกับเพื่อนที่โรงเรียนได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นระบบที่โรงเรียนเอื้อให้กับนักเรียนที่ตั้งครรภ์ที่จะช่วยให้จบการศึกษาไปพร้อม ๆ กันกับเพื่อน พี่น้อยยังกล่าวย้ำเพื่อยืนยันอีกว่า โรงเรียนไหนที่สอนเรื่องเพศวิถีศึกษา หรือมีแกนนำเยาวชน YC โรงเรียนนั้นจะมีอัตราการตั้งครรภ์ลดลง

“แรงหนุน” ที่ต้องการจากผู้ใหญ่ใจดี

การทำงานเป็นแกนนำเยาวชน YC ที่เป็นกิจกรรมที่เพิ่มเติมเข้ามานอกเหนือจากเวลาเรียนปกติ การจัดแบ่งเวลาเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะต้องแบ่งเวลาเรียนและเวลาในการทำกิจกรรมให้สมดุล น้องภูมิ น้องโอ และน้องโอ๊ต ต่างก็เคยเผชิญกับสถานการณ์เหล่านี้ ที่บางครั้งการทำกิจกรรมก็มีผลกระทบต่อการเรียน แต่พวกเขาผ่านมาได้ด้วยแรงสนับสนุนจากเพื่อนในห้องและอาจารย์ที่เข้าใจ สิ่งสำคัญที่ทั้ง 3 บอกไว้ คือคนเป็นแกนนำต้องรู้จักวางแผน แม้กิจกรรมจะทำให้ได้เรียนรู้กระบวนการทำงานหรือเพิ่มประสบการณ์ต่าง ๆ  แต่การเรียนก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และนับเป็นความโชคดีของน้อง ๆ ทั้ง 3 ที่พ่อแม่ผู้ปกครองของพวกเขาเข้าใจและเห็นด้วยกับการทำกิจกรรมของลูก นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ลงไปทำงานในชุมชนอีกด้วย

นอกจากแรงสนับสนุนจากผู้ใหญ่รอบตัวแล้ว การสนับสนุนจากบุคคลที่เกี่ยวข้องภายนอกก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยแกนนำเยาวชนทั้ง 3 คนบอกว่า อยากให้ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องทำงานแบบเกาะติด มีการทำงานแบบเป็นเครือข่ายอย่างชัดเจน และมีการสนับสนุนงบประมาณที่เพียงพอที่จะสามารถนำไปพัฒนาหรือต่อยอดในการทำกิจกรรมต่าง ๆ กับเยาวชนได้

 

“เด็ก” และ “ผู้ใหญ่” แรงส่ง แรงหนุน ที่ต้องเข้าใจกันและกัน

การทำงานระหว่างคนสองรุ่น ที่เติบโตมาในสังคมหรือสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน อาจมีความคิดหรือการแสดงออกในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่แตกต่าง สิ่งสำคัญคือการเข้าใจและรับฟัง ซึ่งแกนนำเยาวชนทั้ง 3 คนถือเป็นตัวแทนของเด็ก ๆ ที่อยากส่งเสียงเล็ก ๆ ของเขาถึงผู้ใหญ่ว่า

น้องโอ “วัยรุ่นต้องการต้นแบบที่ดี ต้องการผู้ใหญ่ที่เข้าใจ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา”
น้องโอ๊ต “อยากให้ผู้ใหญ่เปิดใจรับสังคมปัจจุบัน บางครั้งผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเพราะไม่ได้เกิดกับตัวเอง อยากให้วัยรุ่นและผู้ใหญ่มองความต้องการของแต่ละฝ่ายและคุยกันอย่างเปิดใจ”
น้องภูมิ พูดเพียงคำสั้น ๆ แต่กินใจความทั้งหมดว่า “อยากให้ผู้ใหญ่เข้าใจ”
และพี่น้อย ผู้ใหญ่เพียงหนึ่งเดียวที่เป็นตัวแทนในการเสวนาครั้งนี้ได้ให้คำมั่นกับเด็ก ๆ ว่า“จะพยายามเดินต่อไปอย่างเข้าใจเด็กๆอยากบอกเด็กว่า บางครั้งในความเป็นเด็กก็อยากให้เด็กเปิดใจฟังผู้ใหญ่บ้าง เพราะผู้ใหญ่เป็นห่วงมาก ความจู้จี้จุกจิก แต่ออกมาด้วยความเป็นห่วง” พร้อมกล่าวทิ้งท้ายถึงภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ขอให้ฟังเสียงเด็ก ๆ และคอยให้การสนับสนุนพวกเขา