เมื่อนักเรียนเดินทางออกจากบ้านมาสู่โรงเรียน พ่อแม่จะรู้สึกอุ่นใจได้อย่างไรว่าลูกที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของตนนั้นเดินทางอย่างปลอดภัยและถึงจุดหมายปลายทางที่โรงเรียนแล้ว หรือโรงเรียนจะมีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างไร ในการช่วยเหลือดูแลนักเรียนอย่างเป็นระบบและมีขั้นตอน ที่จะสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับนักเรียนได้อย่างทันท่วงที

“โรงเรียนท่ายางวิทยา” โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาขนาดกลางในพื้นที่ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ที่มีระบบในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ไม่ได้แตกต่างจากโรงเรียนอื่น ๆ เช่น การลงเยี่ยมบ้านนักเรียน การดูแลนักเรียนที่มาโรงเรียนสาย ขาดเรียน ฯลฯ โดยใช้ระบบการติดตามผ่านครูผู้สอน ซึ่งโรงเรียนท่ายางฯ เคยมีปัญหาเรื่องนักเรียนขาดเรียนบ่อย ผู้ปกครองบางคนละเลยในการดูแลบุตรหลาน ส่งผลให้เด็กต้องพลาดโอกาสทางการศึกษาและออกจากระบบการศึกษาไปในที่สุด

16-1นายโกวิท กรีทวี ผู้อำนวยการโรงเรียนท่ายางฯ และทีมบริหารโรงเรียน จึงมีแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน จากเดิมที่เป็นการสื่อสารทางเดียวจากโรงเรียนไปยังบ้าน เป็นการสื่อสาร 2 ทางที่ผู้ปกครองสามารถสื่อสารกับโรงเรียนได้ทันที ผ่านโปรแกรม “Student Care” โดยใช้บัตรประจำตัวนักเรียนเป็นเครื่องมือในการติดตามดูแลช่วยเหลือนักเรียน ซึ่งการเลือกใช้วิธีการดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของผู้ปกครองนักเรียน ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ในปีการศึกษา 2559 โดยผู้ปกครองจะเสียค่าใช้จ่ายในปีแรกเป็นเงิน 350 บาท แยกเป็นค่าทำบัตร 100 บาท และค่าโปรแกรมดำเนินการ 250 บาท ในปีต่อ ๆ ไปจะเสียเพียงค่าโปรแกรมต่อปีเท่านั้น

ข้อมูลในบัตรจะประกอบไปด้วย ชื่อนามสกุลผู้ถือบัตร ชั้นเรียน เบอร์โทรศัพท์ ชื่อผู้ปกครอง และชื่อครูที่ปรึกษา ซึ่งข้อมูลในบัตรจะมีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ วิธีการใช้งาน โปรแกรม “Student Care”  จะเชื่อมโยงกับบัตรประจำตัวนักเรียน ที่เมื่อนักเรียนผ่านเข้า-ออกประตูโรงเรียนและสแกนบัตร ข้อมูลการมาโรงเรียนหรือกลับบ้านจะถูกส่งไปยังแอพพลิเคชั่นที่โทรศัพท์มือถือของผู้ปกครองในทันที และในแต่ละวันข้อมูลการมาเรียนของนักเรียนทั้งหมดก็จะถูกแจ้งไปยังแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือของครูที่ปรึกษาด้วย หากพบว่านักเรียนขาดเรียน ครูก็จะโทรสอบถามกับผู้ปกครองทันที img_4402

หลังจากที่โรงเรียนท่ายางฯ เปลี่ยนมาใช้ระบบดังกล่าว ผู้อำนวยการโรงเรียนเล่าว่า นักเรียนส่วนใหญ่มิได้รู้สึกว่าระบบดังกล่าวเป็นปัญหาต่อการดำเนินชีวิต และทราบว่าข้อมูลการไป-กลับโรงเรียนของพวกเขาจะถูกส่งไปให้ผู้ปกครองรับรู้ มีนักเรียนเพียงส่วนน้อยที่อาจเคยโดดเรียนหรือไม่มาโรงเรียน ก็มีการปรับพฤติกรรมหลังจากที่โรงเรียนนำระบบนี้เข้ามา ทำให้การขาดเรียนลดน้อยลง

“เด็กทุกคนก็พึงพอใจ ที่มีป้ายคล้องคอเหมือนโรงเรียนในเมือง เด็กภูมิใจ ผู้ปกครองก็พอใจ อุปสรรคในการใช้งานของระบบก็ไม่มี อาจมีอุปสรรคบ้างในเรื่องค่าใช้จ่าย โรงเรียนก็เข้าใจบริบทว่าผู้ปกครองหาเช้ากินค่ำ โรงเรียนทำระบบนี้ก็เพื่อให้ผู้ปกครองสบายใจ…..ระบบนี้ถือเป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่จะกระตุ้นให้เด็กอยากมาโรงเรียน มีเทคโนโลยี มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ในแต่ละปีการศึกษามีอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ สิ่งเร้าให้นักเรียนยุคใหม่ ยุคศตวรรษที่ 21 ได้เกิดการอยากเรียนรู้ แสวงหา โรงเรียนก็ต้องดำเนินการให้ทันยุคเหมือนกัน” นายโกวิทกล่าว

548001245“Student Care” อาจเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างความสบายใจให้กับผู้ปกครองและเป็นตัวช่วยเบื้องต้นสำหรับครูในการดูแลเด็กในโรงเรียน แต่การดูแลติดตามช่วยเหลือนักเรียนก็มิอาจละทิ้งกระบวนการที่เป็นหัวใจสำคัญ เช่น การรู้จักนักเรียนรายบุคคลโดยการเยี่ยมบ้าน การคัดกรองนักเรียน การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักเรียนตามความสนใจ ความถนัด ความสามารถ รวมถึงการค้นหาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และการส่งต่อทั้งภายในและภายนอก

ทั้งหมดที่กล่าวมาถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนทั้งสิ้น เพราะเยาวชนเปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ที่กำลังเจริญเติบโต หากผู้ที่เกี่ยวข้องมีการใส่ใจดูแล เพาะบ่มเมล็ดพันธุ์นั้น ก็จะกลายเป็นต้นกล้า เติบโตเป็นต้นไม้ที่แข็งแกร่งในอนาคต