ผู้ประสานงานโครงการท้องวัยรุ่นฯ เผยว่า พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ทำให้การขับเคลื่อนงานเรื่องเพศศึกษาในโรงเรียนง่ายขึ้น

วันที่ 16 ธันวาคม คณะกรรมการประสานยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จัดการประชุมเพื่อรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด ที่ห้องประชุมชั้น 2 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

ในที่ประชุมมีตัวแทนคณะทำงานโครงการฯ จาก จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการฯ ซึ่งพบว่า หลัง พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 มีผลบังคับใช้ ทำให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่สามารถทำได้ง่ายขึ้น

นางวิภาวี สุวรรณธร ผู้ประสานงานโครงการฯ จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า การดำเนินงานในพื้นที่โดยเฉพาะในภารกิจที่ 3 เรื่องกลไกสนับสนุนให้ทุกโรงเรียนมีการเรียนการสอนเรื่องการพัฒนาทักษะชีวิตและเพศวิถีศึกษารอบด้าน เป็นภารกิจที่ถือว่าดำเนินการได้ยากที่สุด เนื่องจากครูในโรงเรียนมีภาระหน้าที่ในการทำงานมาก อีกทั้งครูบางท่านยังเห็นว่าเรื่องนี้ไม่สมควรพูดเปิดเผยในที่สาธารณะ ในขณะที่บางโรงเรียนที่นับถือศาสนาอิสลามก็ไม่สามารถนำเรื่องดังกล่าวเข้าไปสื่อสารได้เช่นกัน

“เมื่อก่อนครูมาประชุมแล้วมักไม่ให้ความร่วมมือ การจะให้จัดการเรียนการสอน 16 คาบก็ไม่สามารถทำได้ ใน จ.ฉะเชิงเทรา มีบางโรงเรียนที่สามารถสอนสอดแทรกเรื่องนี้ในชั่วโมงเรียนของเขา เช่น แนะแนว สุขศึกษา วิทยาศาสตร์ แต่พอมี พ.ร.บ. นี้ออกมา ครูก็ให้ความร่วมมือมากขึ้น เพราะถือเป็นกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม” นางวิภาวีกล่าว

ในส่วนของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ การดำเนินงานในภารกิจที่ 3 ถือว่าจังหวัดมีต้นทุนในการทำงานที่ดี เนื่องจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 10 ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมเพศศึกษาและการป้องกันเอดส์ในกลุ่มเยาวชน จึงมีโรงเรียนนำร่องในการสอนเพศศึกษา และขยายไปสู่โรงเรียนอื่น ๆ พอมีโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัดเข้ามา จึงเกิดความร่วมมือในจังหวัดง่ายขึ้น แต่กระนั้นก็ยังพบว่าการสอนเรื่องเพศศึกษายังไม่ครอบคลุมในทุกโรงเรียน

น.ส. นงเยาว์ นวลพรหม ผู้ประเมินผลภายในโครงการฯ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จากการทำงานในภารกิจที่ 3 พบว่ายังมีบางโรงเรียนที่ครูยังไม่เห็นด้วยกับการสอนเรื่องเพศศึกษาในโรงเรียน แต่ทางคณะทำงานโครงการฯ จะพยายามผลักดันในเรื่องนี้ แม้จะไม่สามารถทำได้ถึง 100% แต่จะทำให้เกิดโรงเรียนที่สอนเรื่องเพศศึกษา 80-90% ในพื้นที่