คำว่า อสม. ทุกคนคงทราบดีว่าหมายถึงอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน และคำว่าอาสาสมัครนั้น ก็คงไม่ต้องแปล เป็นคนที่สมัครใจมาทำงานเอง ไม่ต้องมีใครไปบังคับ อยากทำงาน ไม่ต้องมีใครไปขอร้องให้ช่วย เป็นจิตอาสา ไม่หวังสิ่งตอบแทน โดยปกติในหมู่บ้านของเรา อสม. จะทำหน้าที่แจ้งข่าวร้าย กระจายข่าวดี ชี้บริการ และประสานงานกับสาธารณสุข มีหน้าที่ประจำทั้งในเรื่องของการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคต่าง ๆ รณรงค์ป้องกันโรค รวมถึงโรคเอดส์ การป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

โดยเฉพาะเมื่อมีโครงการนี้เข้ามา  เราจึงมีคณะทำงานและมีเครือข่ายในการทำงานที่ชัดเจนเพิ่มมากขึ้น เมื่อได้รับงบประมาณเราจึงได้จัดการอบรมให้ความรู้กับ อสม. ในการเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้ปกครองของเด็กที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นในการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ และป้องกันการตั้งครรภ์ในช่วงวัยรุ่น  รวมทั้งจัดอบรมพัฒนาทักษะการสื่อสารของพ่อแม่และผู้ปกครองที่มีบุตรหลานในช่วงวัยรุ่น

ในช่วงปลายปี 2558 ก่อนปิดเทอมใหญ่ ได้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับเด็กที่อยู่ข้างบ้านของดิฉัน  โดยที่เด็กกำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.3 มีความรักใคร่ชอบพอกับแฟนและได้มีเพศสัมพันธ์กัน ทำให้พ่อแม่ของเด็กหญิงไม่พอใจ ไม่ยอมรับ ทะเลาะกันภายในครอบครัว ไม่พูดคุยกัน ไม่ถามไถ่เหมือนที่เคยเป็นมา ด้วยความรู้สึกของพ่อแม่ที่มีความห่วงใย เพราะกลัวว่าเด็กจะท้อง แต่แม่เด็กก็ไม่เคยพูดกับลูกอีกเลย แม่เด็กเกิดความทุกข์ใจมาก ไม่ทราบว่าจะไปปรึกษาใคร ด้วยเกรงว่าจะมีคนนินทาทั้งตัวเอง ครอบครัวและลูก จึงเก็บความทุกข์ใจไว้เป็นเวลานาน

วันหนึ่ง เมื่อดิฉันซึ่งเป็น อสม. ในหมู่บ้านที่ได้รับการอบรมในเรื่องนี้ เข้าไปเยี่ยมบ้านและเก็บข้อมูลประชากร จึงได้มีโอกาสพูดคุยเรื่องปัญหาของวัยรุ่นในเรื่องการตั้งครรภ์และการติดเชื้อเอชไอวีขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจและไม่ได้ทราบเรื่องที่แม่เด็กประสพมาก่อน ได้บอกแม่เด็กว่าถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ให้ปรึกษาได้เพราะเรื่องเพศถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นธรรมชาติและถ้าไม่คุยกันอาจเกิดปัญหาได้

ในตอนเย็นช่วงที่เสร็จจากการทำงาน แม่เด็กเลยนำเรื่องของลูกมาปรึกษากับดิฉันว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวและเก็บความทุกข์ใจมานานไม่รู้จะปรึกษาใครจึงได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ดิฉันฟัง และปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดี เพราะเด็กก็อยากเรียนต่อ ดิฉันจึงใช้ความรู้ที่ได้จากการอบรม อธิบายให้ผู้ปกครองฟังในเรื่องธรรมชาติของวัยรุ่น ว่าเด็กวัยรุ่นกับการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติ ในปัจจุบัน ห้ามยาก ยิ่งห้ามก็อาจกลายเป็นยิ่งยุ แล้วทำความเข้าใจกับแม่ว่า ถ้าเราห้ามได้ก็ดี แต่ถ้าห้ามไม่ได้ก็ให้หาวิธีป้องกันการตั้งครรภ์ เพราะเด็กที่มีแฟนไม่ใช่จะมีปัญหาในการเรียนเสมอไป แต่การตั้งครรภ์ต่างหากที่เป็นอุปสรรคในการเรียน และอธิบายถึงวิธีการคุมกำเนิดให้แม่เด็กเข้าใจและให้เลือกวิธีการที่เหมาะสม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดต้องเริ่มที่จะพูดคุยกับลูกก่อนและพูดถึงความรู้สึกของเราที่ห่วงใยลูก  และพูดคุยเรื่องการป้องกันการตั้งครรภ์ที่เหมาะสมกับลูก

วันต่อมา ดิฉันได้พบกับแม่ของเด็กอีกครั้งจึงได้ทราบว่าลูกของเขาเลือกที่จะไปฉีดยาคุมกำเนิด และตอนนี้เด็กคนนั้นก็ไปเรียน ม.4 ต่อ แบบไม่เป็นปัญหา และไม่เกิดการตั้งครรภ์ ตามที่แม่ของเด็กกังวล ซึ่งทำให้ดิฉันและกลุ่ม อสม. ของเราภูมิใจในการแก้ไขปัญหากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่เราสามารถให้คำปรึกษาจนเด็กคนหนึ่งได้กลับไปเรียน และมีอนาคตที่ดีขึ้นอีกครั้ง

โดย คณะทำงานโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จ.ชัยภูมิ