พบกับกำหนดการการประชุมปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครั้งที่ 4 โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 19 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร เรื่อง ระบบข้อมูล ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-11 พฤศจิกายน 2559 ณ Convention Hall อาคารศูนย์ประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

ดาวน์โหลดที่นี่

กระทรวงศึกษาธิการ สาธารณสุข แรงงาน และมหาดไทย เผยความคืบหน้าในการดำเนินการร่างกฎกระทรวง เพื่อสอดรับกับ พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559

ในงานประชุมเชิงปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งที่ 4 เรื่องระบบข้อมูล ของโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 19 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 ได้มีการบรรยายความคืบหน้าการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 โดยมีผู้แทนจากกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนำเสนอความคืบหน้า

14997057_1142095149159223_2036579793_nนพ. กิตติพงศ์ แซ่เจ็ง ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า หลัง พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 มีผลบังคับใช้ ได้มีการร่างกฎกระทรวงของแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในวันที่ 19 ธ.ค. นี้ หลังจากนั้นจึงจะบังคับใช้ต่อไป ในส่วนของยุทธศาสตร์ชาติ 10 ปีที่ยกร่างเรียบร้อยแล้ว เมื่อนำสู่เข้าการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้วจะมีการประกาศใช้ โดยในส่วนกลางได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพื่อเตรียมรับมือการดำเนินงานในอนาคต ส่วนในระดับจังหวัดได้ดำเนินการเตรียมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด กรมอนามัยในฐานะที่เป็นเลขาของคณะฯ จะติดตามความคืบหน้าต่อไป โดยเป้าหมายของยุทธศาสตร์ 10 ปีคือการลดอัตราการคลอดมีชีพของวัยรุ่นหญิง ในกลุ่มอายุ 15-19 ปี ให้เหลือไม่เกิน 25 ต่อประชากรพันคน และในกลุ่มอายุ 10-14 ปี ตั้งเป้าหมายที่จะลดลงเหลือเพียง 0.5 ต่อประชากรพันคน

นายมาโนชญ์ แสงแก้ว ผู้อำนวยการกองสวัสดิการแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าของร่างกฎกระทรวงว่า ได้มีการดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการนำเสนอบอร์ด จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยกฎกระทรวงมีสาระสำคัญอยู่ 2 เรื่องคือ 1. ให้สถานประกอบการให้ข้อมูลข่าวสารเรื่องการตั้งครรภ์อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอ ในเรื่องการคุมกำเนิด โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์/เอดส์ การยุติการตั้งครรภ์ ฯลฯ 2. สถานประกอบการที่มีคนงาน 200 คนขึ้นไป ต้องมีพยาบาลวิชาชีพประจำเพื่อให้บริการแก่พนักงานในการให้การปรึกษา บริการด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ และมีกระบวนการส่งต่อสู่สถานบริการต่าง ๆ ตามที่ พ.ร.บ. ได้กำหนดไว้32

นายธนา ยันตรโกวิท กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในส่วนขององค์กรปกครองท้องถิ่น มีหน้าที่ในการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อให้วัยรุ่นได้รับสิทธิตาม พ.ร.บ. ในมาตราที่ 5 ซึ่งร่างกฎกระทรวงของมหาดไทยในเรื่องนี้ยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากกฎกระทรวงของกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ครอบคลุมไปถึงท้องถิ่น ในเบื้องต้นกระทรวงมหาดไทยจะปฏิบัติตามกฎของกระทรวงต่าง ๆ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของการทำงาน ซึ่งยังคิดว่าการบูรณาการทำงานระหว่างกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องสำคัญ

img_25591110_120719นายชัยชาญ ช่วยโพธิ์กลาง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการออกร่างกฎกระทรวงที่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องสอดคล้องตามมาตรา 6 ของ พ.ร.บ. โดยมีสาระสำคัญ อาทิ จัดให้มีการเรียนการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษาให้เหมาะสมกับช่วงวัยของนักเรียน/นักศึกษา (ประถม-มหาวิทยาลัย), ให้สถานศึกษาคำนึงถึงสิทธิของผู้เรียนในการได้รับข้อมูลข่าวสาร ความรู้เรื่องเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ที่ครอบคลุม รักษาความลับ และความเป็นส่วนตัว, ให้สถานศึกษาจัดหาและพัฒนาผู้สอน ให้มีความรู้ ทัศนคติ ทักษะการสอนที่เหมาะสม, ให้สถานศึกษาจัดให้เด็กที่ตั้งครรภ์ได้เรียนในหลักสูตรจนจบ ฯลฯ ซึ่งหากโรงเรียนไหนไม่ปฏิบัติตามก็จะมีบทลงโทษ

โดยขั้นตอนต่อไปของ พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 จะมีการพิจารณาร่างกฎกระทรวงของแต่ละกระทรวง ซึ่งจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในวันที่ 19 ธ.ค. นี้ หลังจากนั้นจะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้วจะดำเนินการส่งร่างดังกล่าวไปที่กฤษฎีกา กฤษฎีกาจะทำการตรวจสอบ จากนั้นจะส่งร่างกลับไปยังกระทรวงต้นสังกัด หลังจากนั้นจึงจะประกาศเป็นกฎกระทรวงและประกาศลงในราชกิจนานุเบกษาต่อไป

พบกับสไลด์ “ความคืบหน้าการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น” โดยนายแพทย์กิตติพงศ์ แซ่เจ็ง ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

หมายเหตุ สไลด์ดังกล่าวประกอบการอภิปรายในหัวข้อ “ความคืบหน้าการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559” จากงานประชุมปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งที่ 4 เรื่องระบบข้อมูล ระหว่างวันที่ 10-11 พ.ย. 2559 ณ Convention Hall อาคารศูนย์ประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

ดาวน์โหลดที่นี่

พบกับสไลด์ “กฎกระทรวงกำหนดประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และการดำเนินการของสถานประกอบกิจการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของลูกจ้างพ.ศ. ….” โดยนายมาโนชญ์ แสงแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

หมายเหตุสไลด์ดังกล่าวประกอบการอภิปรายในหัวข้อ “ความคืบหน้าการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559” จากงานประชุมปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งที่ 4 เรื่องระบบข้อมูล ระหว่างวันที่ 10-11 พ.ย. 2559 ณ Convention Hall อาคารศูนย์ประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

ดาวน์โหลดที่นี่

พบกับสไลด์ “สถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น” โดยนายแพทย์บุญฤทธิ์ สุขรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กระทรวงสาธารณสุข

หมายเหตุ สไลด์ดังกล่าวประกอบการอภิปรายในหัวข้อ “ระบบข้อมูลตามตัวชี้วัดโครงการป้องกันและไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด” จากงานประชุมปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งที่ 4 เรื่องระบบข้อมูล ระหว่างวันที่ 10-11 พ.ย. 2559 ณ Convention Hall อาคารศูนย์ประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

ดาวน์โหลดที่นี่

พบกับสไลด์ “การดำเนินกิจกรรมประเมินผลภายใน การดำเนินงานโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในกลุ่มวัยรุ่น  จังหวัดชัยภูมิ” โดยอาจารย์ ดร.ศักดิ์ชาย เพชรตรา อาจารย์ประจำสาขาสาธารณสุขชุมชน คณะศิลป์ศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

หมายเหตุ สไลด์ดังกล่าวประกอบการอภิปรายในหัวข้อ “การดำเนินกิจกรรมประเมินผลภายในที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการฯ” จากงานประชุมปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งที่ 4 เรื่องระบบข้อมูล ระหว่างวันที่ 10-11 พ.ย. 2559 ณ Convention Hall อาคารศูนย์ประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

ดาวน์โหลดที่นี่

พบกับสไลด์ “รูปแบบการควบคุมกำกับการดำเนินงานโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในกลุ่มวัยรุ่น  จังหวัดนครราชสีมา” โดยคุณบุญช่วย นาสูงเนิน หัวหน้างานป้องกันและควบคุมโรคเอดส์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา

หมายเหตุ สไลด์ดังกล่าวประกอบการอภิปรายในหัวข้อ “การดำเนินกิจกรรมประเมินผลภายในที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการฯ” จากงานประชุมปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งที่ 4 เรื่องระบบข้อมูล ระหว่างวันที่ 10-11 พ.ย. 2559 ณ Convention Hall อาคารศูนย์ประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

ดาวน์โหลดที่นี่

พบกับสไลด์ “ประเมินภายในนครสวรรค์” โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์นิวัติ อุณฑพันธ์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์

หมายเหตุ สไลด์ดังกล่าวประกอบการอภิปรายในหัวข้อ “การดำเนินกิจกรรมประเมินผลภายในที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการฯ” จากงานประชุมปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งที่ 4 เรื่องระบบข้อมูล ระหว่างวันที่ 10-11 พ.ย. 2559 ณ Convention Hall อาคารศูนย์ประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

ดาวน์โหลดที่นี่

พบกับสไลด์ “การนำบทเรียนการจัดการความรู้ของจังหวัด มาบูรณาการการดำเนินงาน 9 ภารกิจ จ.ประจวบคีรีขันธ์” โดยคุณนายอนุสรณ์  สุขกันตะ นักวิชาการสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

หมายเหตุ สไลด์ดังกล่าวประกอบการอภิปรายในหัวข้อ “การนำบทเรียนการจัดการความรู้ของจังหวัดมาบูรณาการการดำเนินงาน 9 ภารกิจ” จากงานประชุมปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งที่ 4 เรื่องระบบข้อมูล ระหว่างวันที่ 10-11 พ.ย. 2559 ณ Convention Hall อาคารศูนย์ประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

ดาวน์โหลดที่นี่

พบกับสไลด์ “โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จังหวัดพะเยา” โดยคุณปิยพร  ผดุงวงศ์ ผู้จัดการโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา

หมายเหตุสไลด์ดังกล่าวประกอบการอภิปรายในหัวข้อ “การนำบทเรียนการจัดการความรู้ของจังหวัดมาบูรณาการการดำเนินงาน 9 ภารกิจ” จากงานประชุมปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งที่ 4 เรื่องระบบข้อมูล ระหว่างวันที่ 10-11 พ.ย. 2559 ณ Convention Hall อาคารศูนย์ประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

ดาวน์โหลดที่นี่

พบกับสไลด์ “โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จังหวัดลำพูน” โดยคุณนิภา ชมภูป่า ผู้ประสานงานโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น มูลนิธิรักษ์ไทยภาคเหนือ

หมายเหตุ สไลด์ดังกล่าวประกอบการอภิปรายในหัวข้อการนำบทเรียนการจัดการความรู้ของจังหวัดมาบูรณาการการดำเนินงาน 9 ภารกิจ” จากงานประชุมปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งที่ 4 เรื่องระบบข้อมูล ระหว่างวันที่ 10-11 พ.ย. 2559 Convention Hall อาคารศูนย์ประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

ดาวน์โหลดที่นี่

block-1512119_960_720

“การจัดการความรู้” เปรียบเสมือนเครื่องมือในการทำงานท้องวัยรุ่น

การดำเนินงานโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด ใน 19 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร เป็นโครงการที่สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีเป้าหมายเพื่อลดอัตราการคลอดของแม่วัยรุ่น การดำเนินงานที่ผ่านมามีหลายจังหวัดที่มีวิธีการในการจัดการความรู้ที่ดี และนำบทเรียนที่เกิดขึ้นมาพัฒนาการทำงานในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.พะเยา จ.เพชรบุรี และ จ.ลำพูน คือตัวอย่างของจังหวัดที่ใช้การจัดการความรู้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการดำเนินงานท้องวัยรุ่น โดยมีบทเรียนหรือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นดังนี้

จ.ประจวบคีรีขันธ์
การทำงานในปีแรกเป็นแบบงมเข็มที่ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มอย่างไร โดยมีแนวคิดว่าการป้องกันถือเป็นการทำงานที่ง่ายที่สุด จึงเน้นไปที่การอบรมเด็ก มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เช่น ค่ายอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ค่ายลองท้องดู มีการอบรมวิทยากร อบรมเรื่องเพศศึกษา ฯลฯ ที่แม้จะเป็นงานที่สนุกแต่ก็เหนื่อยมาก การดำเนินงานในปีแรกแม้จะมีการชวนภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาทำงาน แต่ก็เป็นการทำงานแบบ “ขนมชั้น” ที่ต่างคนต่างนำแผนที่ตนมีมาแปะไปด้วยกัน แต่คนทำงานไม่รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ

จุดเปลี่ยนที่สำคัญของประจวบฯ คือการได้ทบทวนการทำงานกับพี่เลี้ยงจังหวัด (TA) มีการตั้งคณะทำงานหลักของจังหวัด คนทำงานได้พบปะพูดคุยกันบ่อย ๆ และมีการใช้เทคโนโลยี คือ ไลน์กลุ่ม มาเป็นเครื่องมือในการพูดคุย สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความเป็นทีมเดียวกันมากขึ้น และเมื่อมีการถอดบทเรียนการทำงานครั้งที่ 1 ก็ทำให้คนทำงานได้พบช่องว่างที่จะต้องเติมเต็ม และเห็นทิศทางในการทำงานที่ชัดเจนมากขึ้น จึงนำไปสู่การชวนภาคีทั้ง 8 อำเภอมาทำงานร่วมกัน โดยให้แต่ละอำเภอถอดบทเรียนต้นทุนในการทำงานของอำเภอตัวเอง ที่ทำให้ได้ข้อมูลจริงว่า แต่ละอำเภอจะต้องวางแผนในการทำงานกับเด็กและเยาวชนอย่างไร

จ.ลำพูน
เริ่มต้นการทำงานกับเยาวชนด้วยแนวคิดที่ว่า “วัยรุ่นไม่ใช่ตัวปัญหา” และพยายามหาเครื่องมือในการทำงานกับพวกเขา โดยให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน ซึ่งพอได้ทำงานร่วมกันก็พบว่าเยาวชนมีข้อมูลในการเข้าถึงกลุ่มเพื่อนของเขาเอง คนทำงานในพื้นที่จึงมีการวางแผนว่าจะต่อยอดการทำงานกับเยาวชนในพื้นที่อย่างไร พร้อมกับพยายามเชื่อมระบบบริการด้านสุขภาพให้เยาวชนได้รู้ว่ามีระบบต่าง ๆ ในพื้นที่ที่พวกเขาสามารถเข้าไปปรึกษาหรือใช้บริการได้ ซึ่งคนทำงานกับเยาวชนต้องเข้าใจธรรมชาติของเขา ตอบสนองความต้องการของเขาให้ได้มากที่สุด และต้องตระหนักเสมอว่าปัญหาของเยาวชนนั้นมีความหลากหลาย

จากการทำงานกับเยาวชนทำให้ จ.ลำพูน ค้นพบบทเรียนในหลายแง่มุม เช่น ทัศนะด้านลบของผู้ใหญ่ที่มีต่อเยาวชนยังเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ยาก การทำงานผ่านกลไกของเยาวชนที่ส่งต่อไปยังเยาวชนด้วยกันถือเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพ แต่ต้องหาวิธีการหรือกิจกรรมที่หลากหลายในการเข้าถึงพวกเขา และคนทำงานควรสนับสนุนให้เยาวชนได้มีพื้นที่ในการแสดงศักยภาพของตัวเอง จากการทำงานทำให้พบแง่มุมที่ดี แต่ก็พบว่าการทำงานกับเยาวชนก็ยังมีข้อจำกัด เช่น การทำให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการทำงานทุกขั้นตอน เวลาที่จำกัดของแกนนำเยาวชนในการร่วมทำงานเนื่องจากพวกเขาต้องเรียน การมองหาเยาวชนกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ เข้ามาเป็นแกนนำ และการทำให้โรงเรียน ครอบครัว ชุมชน ทำงานร่วมกันเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เข้ามาร่วมกิจกรรมต่าง ๆ

จ.เพชรบุรี
เริ่มต้นทำงานในปีแรกโดยทำตามภารกิจ 9 ด้าน แต่ก็พบว่าไปใช้เวลามากกับบางภารกิจที่ไม่สามารถดำเนินการได้จริง จากนั้นจึงมีการทบทวนการทำงานที่ผ่านมา พบว่า จ.เพชรบุรี มีต้นทุนในการทำงานด้านเอดส์ และ Youth Friendly Service หรือบริการเลิฟแคร์ที่ยังมีคนทำงานและระบบบริการอยู่ในพื้นที่ อีกทั้งมีการลงไปทำงานกับเยาวชนในโรงเรียน มีการกระจายถุงยางให้เข้าถึงวัยรุ่นโดยแกนนำเยาวชน เปิดแฟนเพจเลิฟแคร์เพชรบุรี และให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ ซึ่งการทำงานที่ผ่านมาแม้จะทำงานเรื่องเอดส์แต่การตั้งครรภ์ก็เป็นเหมือนเรื่องที่เกี่ยวโยงกันมา และก็พบว่าวัยรุ่นยังมีความเข้าใจผิดในเรื่องการใช้อุปกรณ์คุมกำเนิด

การทำงานเรื่องถุงยางอนามัย นำไปสู่การทำให้วัยรุ่นเข้าถึงยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์จากเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน โดยมีการพูดคุยกันระหว่างคนทำงานถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ มีการจัดหายาคุมฉุกเฉินที่แม้จะไม่ใช่อุปกรณ์คุมกำเนิดที่ดี แต่ถือว่าดีที่สุดในกรณีที่มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันไปแล้ว และรับสมัครแกนนำเยาวชนในการกระจายยาคุมฉุกเฉิน โดยให้เป็นคนกลางส่งต่อให้กับเพื่อนของตัวเอง และมีการติดตามหลังการใช้งาน หากประจำเดือนไม่มาก็มีการสนับสนุนให้ทดสอบการตั้งครรภ์ ในกรณีที่พบการคลอดของแม่วัยรุ่นในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ได้สร้างแนวทางในการติดตาม ทำให้รู้ข้อมูลจริงของวัยรุ่นต่อการประเมินความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ ที่ส่วนใหญ่คิดว่าตัวเองไม่น่าจะมีโอกาสในการตั้งครรภ์ การทำงานโดยใช้ข้อมูลเป็นตัวตั้งต้นทำให้คนทำงานเข้าใจถึงพฤติกรรม และช่วงจังหวะเวลาที่ควรดำเนินกิจกรรม เช่น วัยรุ่นจะมีปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์มากระหว่างปิดเทอม ซึ่งคนทำงานก็ต้องวางแผนทำกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ก่อนที่โรงเรียนจะปิดภาคเรียน และวิธีการทำงานที่สำคัญของจังหวัดคือ หลังการทำงานทุกครั้งจะมีการแลกเปลี่ยนเพื่อถอดบทเรียนการทำงานที่ผ่านมา

จ.พะเยา
เริ่มต้นจากการทำงานเรื่องอนามัยวัยรุ่น โดยเน้นที่เรื่องเพศศึกษา จากนั้นจึงเข้าร่วมโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด ที่สนับสนุนโดย สสส. โดยมีเอ็นจีโอในพื้นที่เป็นผู้ขับเคลื่อน ดำเนินการใน 9 อำเภอ (มี 4 อำเภอ ที่อยู่ในโครงการ) มีการสนับสนุนงบประมาณในการทำงานลงไปทั้ง 9 อำเภอ การทำงานจะใช้ภารกิจ 9 ด้านเป็นกรอบที่ถือเป็นการตั้งต้นทำงานแบบมีแนวทาง ทำให้คนทำงานเห็นว่าหากดำเนินการตาม 9 ภารกิจแล้วจะทำให้จำนวนแม่วัยรุ่นในพื้นที่ลดลง โดยในปี 2560 ซึ่งถือเป็นปีสุดท้ายของการดำเนินโครงการ ได้มีการวางแผนการติดตามและประเมินผลในพื้นที่ดำเนินการทั้ง 9 อำเภอ และในปี 2561 ก็มีการวางแผนการทำงานโดยจะใช้งบประมาณจากพื้นที่เอง

วิธีการจัดการความรู้ (KM) ที่ จ.พะเยา ใช้ คือการนำ 9 ภารกิจมาวิเคราะห์ว่าการทำงานของแต่ละพื้นที่ประสบความสำเร็จมากน้อยอย่างไร เช่น อ.เชียงม่วน มีความโดดเด่นในภารกิจที่ 1 ที่คนทำงานในพื้นที่ให้ความสำคัญเรื่องวัยรุ่น หรือภารกิจที่ 3 ที่สามารถอบรมครูเรื่องเพศศึกษาในทุกโรงเรียน และนำบริการ Youth Friendly Service เข้าไปในโรงเรียน อ.เมือง โดดเด่นในภารกิจที่ 2 ที่มูลนิธิพะเยาเพื่อการพัฒนาทำงานกับพ่อแม่ และมีการติดตามอย่างต่อเนื่องหลังผ่านการอบรม ฯลฯ วิธีการทำงานของจังหวัดนั้นจะมีการประชุมติดตามงานทุกเดือน ในส่วนของทีมประเมินภายในจะมีการพูดคุยกับทีมทำงานในพื้นที่ทุก 3 เดือน ซึ่งถือเป็นวิธีการทำงานที่ใช้บทเรียนในการทำงานมาช่วยออกแบบการทำงานอยู่ตลอดเวลา หลังจากนี้จังหวัดมีแผนที่จะของบจาก อบจ. เพื่อทำการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงทั้ง 9 อำเภอ และของบจาก พมจ. ในเรื่องการทำประเมินผล ซึ่งจะเริ่มดำเนินการวิจัยในปี 60 ที่ถือเป็นการรวบรวมข้อมูลในพื้นที่เพื่อนำมาวางแผนในการทำงานต่อไป

เห็นตัวอย่างจากทั้ง 4 จังหวัดแล้ว แม้รูปแบบการทำงานหรือบริบทในพื้นที่จะแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้ง 4 จังหวัดเหมือนกัน คือ เห็นความสำคัญของการจัดการความรู้ หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ของตนเอง ที่ถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานไม่ว่าจะอยู่ในขั้นตอนไหน ตั้งแต่การเริ่มดำเนินโครงการ ระหว่างการทำงาน หรือหลังทำงานไปแล้วและนำบทเรียนที่เกิดขึ้นมาพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อพัฒนาการทำงานต่อในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับจังหวัดอื่น ๆ ที่ดำเนินโครงการอยู่เช่นกัน ในการนำรูปแบบและบทเรียนของ 4 จังหวัดที่ได้นี้ไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับการทำงานในพื้นที่ของตน เพื่อให้เกิดรูปแบบและบทเรียนในการทำงานท้องวัยรุ่นที่เหมาะกับบริบทในพื้นที่ตัวเอง

หมายเหตุ เรียบเรียงจากการอภิปรายกลุ่ม เรื่อง การนำบทเรียนการจัดการความรู้ของจังหวัดมาบูรณาการการดำเนินงาน 9 ภาคกิจ ในการประชุมปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครั้งที่ 4 เรื่องระบบข้อมูล ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10-11 พ.ย. 2559

………………………………………………………………………………..