กระทรวงศึกษาธิการ สาธารณสุข แรงงาน และมหาดไทย เผยความคืบหน้าในการดำเนินการร่างกฎกระทรวง เพื่อสอดรับกับ พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559

ในงานประชุมเชิงปฏิบัติการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งที่ 4 เรื่องระบบข้อมูล ของโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 19 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 ได้มีการบรรยายความคืบหน้าการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 โดยมีผู้แทนจากกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนำเสนอความคืบหน้า

14997057_1142095149159223_2036579793_nนพ. กิตติพงศ์ แซ่เจ็ง ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า หลัง พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 มีผลบังคับใช้ ได้มีการร่างกฎกระทรวงของแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในวันที่ 19 ธ.ค. นี้ หลังจากนั้นจึงจะบังคับใช้ต่อไป ในส่วนของยุทธศาสตร์ชาติ 10 ปีที่ยกร่างเรียบร้อยแล้ว เมื่อนำสู่เข้าการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้วจะมีการประกาศใช้ โดยในส่วนกลางได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพื่อเตรียมรับมือการดำเนินงานในอนาคต ส่วนในระดับจังหวัดได้ดำเนินการเตรียมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด กรมอนามัยในฐานะที่เป็นเลขาของคณะฯ จะติดตามความคืบหน้าต่อไป โดยเป้าหมายของยุทธศาสตร์ 10 ปีคือการลดอัตราการคลอดมีชีพของวัยรุ่นหญิง ในกลุ่มอายุ 15-19 ปี ให้เหลือไม่เกิน 25 ต่อประชากรพันคน และในกลุ่มอายุ 10-14 ปี ตั้งเป้าหมายที่จะลดลงเหลือเพียง 0.5 ต่อประชากรพันคน

นายมาโนชญ์ แสงแก้ว ผู้อำนวยการกองสวัสดิการแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าของร่างกฎกระทรวงว่า ได้มีการดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการนำเสนอบอร์ด จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยกฎกระทรวงมีสาระสำคัญอยู่ 2 เรื่องคือ 1. ให้สถานประกอบการให้ข้อมูลข่าวสารเรื่องการตั้งครรภ์อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอ ในเรื่องการคุมกำเนิด โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์/เอดส์ การยุติการตั้งครรภ์ ฯลฯ 2. สถานประกอบการที่มีคนงาน 200 คนขึ้นไป ต้องมีพยาบาลวิชาชีพประจำเพื่อให้บริการแก่พนักงานในการให้การปรึกษา บริการด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ และมีกระบวนการส่งต่อสู่สถานบริการต่าง ๆ ตามที่ พ.ร.บ. ได้กำหนดไว้32

นายธนา ยันตรโกวิท กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในส่วนขององค์กรปกครองท้องถิ่น มีหน้าที่ในการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อให้วัยรุ่นได้รับสิทธิตาม พ.ร.บ. ในมาตราที่ 5 ซึ่งร่างกฎกระทรวงของมหาดไทยในเรื่องนี้ยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากกฎกระทรวงของกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ครอบคลุมไปถึงท้องถิ่น ในเบื้องต้นกระทรวงมหาดไทยจะปฏิบัติตามกฎของกระทรวงต่าง ๆ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของการทำงาน ซึ่งยังคิดว่าการบูรณาการทำงานระหว่างกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องสำคัญ

img_25591110_120719นายชัยชาญ ช่วยโพธิ์กลาง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการออกร่างกฎกระทรวงที่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องสอดคล้องตามมาตรา 6 ของ พ.ร.บ. โดยมีสาระสำคัญ อาทิ จัดให้มีการเรียนการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษาให้เหมาะสมกับช่วงวัยของนักเรียน/นักศึกษา (ประถม-มหาวิทยาลัย), ให้สถานศึกษาคำนึงถึงสิทธิของผู้เรียนในการได้รับข้อมูลข่าวสาร ความรู้เรื่องเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ที่ครอบคลุม รักษาความลับ และความเป็นส่วนตัว, ให้สถานศึกษาจัดหาและพัฒนาผู้สอน ให้มีความรู้ ทัศนคติ ทักษะการสอนที่เหมาะสม, ให้สถานศึกษาจัดให้เด็กที่ตั้งครรภ์ได้เรียนในหลักสูตรจนจบ ฯลฯ ซึ่งหากโรงเรียนไหนไม่ปฏิบัติตามก็จะมีบทลงโทษ

โดยขั้นตอนต่อไปของ พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 จะมีการพิจารณาร่างกฎกระทรวงของแต่ละกระทรวง ซึ่งจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในวันที่ 19 ธ.ค. นี้ หลังจากนั้นจะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้วจะดำเนินการส่งร่างดังกล่าวไปที่กฤษฎีกา กฤษฎีกาจะทำการตรวจสอบ จากนั้นจะส่งร่างกลับไปยังกระทรวงต้นสังกัด หลังจากนั้นจึงจะประกาศเป็นกฎกระทรวงและประกาศลงในราชกิจนานุเบกษาต่อไป