สสส. หวัง 20 จังหวัดนำร่องที่ดำเนินโครงการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด จะเป็นพื้นที่ที่ถ่ายทอดบทเรียน ประสบการณ์ ในการทำงานให้กับจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

14813657_1129498707085534_649077350_nเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่โรงแรมรามาดา เดมา กรุงเทพฯ ทพ. ศิริเกียรติ เหลียงกอบกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการ “ติวเข้ม 4 เมนู เทคแคร์ท้องวัยรุ่น” ของโครงการสนับสนุนด้านวิชาการแก่ทีมงานหลักผู้รับผิดชอบงานขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแบบบูรณาการระดับจังหวัด กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เคยพูดถึงเรื่องการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นว่าไม่ได้เป็นปัญหาของเยาวชน แต่เป็นปัญหาของสังคม ซึ่งเรื่องดังกล่าวรัฐบาลของทุกประเทศทั่วโลกต่างห่วงใย และให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเนื่องจากเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ ซึ่ง สสส. ก็ตระหนักในเรื่องนี้และให้การสนับสนุนพื้นที่ในการทำงานเพื่อลดอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

14877818_1129498503752221_968833656_n“สสส. ได้สนับสนุนให้ 20 จังหวัดรวมถึงหลาย ๆ จังหวัดหรือหลาย ๆ พื้นที่ที่ทำงานเรื่องนี้อยู่ ก็หวังว่าจะเป็นพื้นที่นำร่องถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับจังหวัดอื่น ๆ ที่จะดำเนินการตามมา เชื่อว่าหลายจังหวัดมีการทำงานที่ดี มีบทเรียนที่จะถ่ายทอดได้ ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยลดปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นลงได้ครึ่งหนึ่งภายใน 10 ปี ซึ่งในช่วงสี่ปีที่ผ่านมาก็มีการลดลงบ้างแล้วอย่างช้า ๆ หวังว่าการทำงานของทุกฝ่ายและต้นทุนที่มี จะทำให้เราลดปัญหานี้ลงได้ และเยาวชนจะมีความแข็งแรงมากขึ้น” ทพ. ศิริเกียรติกล่าว

ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายที่บังคับใช้เกี่ยวกับเรื่องนี้ คือ พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ที่กำหนดบทบาทหน้าที่ของ 5 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง 14877937_1129498327085572_318335103_nประกอบด้วย 1. กระทรวงศึกษาธิการ โดยสถานศึกษาต้องจัดการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาให้กับนักเรียน ช่วยเหลือวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ให้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง และมีระบบส่งต่อด้านอนามัยการเจริญพันธุ์และสวัสดิการสังคม 2. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต้องจัดสวัสดิการด้านการดูแลให้กับวัยรุ่น รวมถึงพ่อแม่วัยรุ่นที่ประสบปัญหา 3. กระทรวงสาธารณสุข ดูแลเรื่องการจัดบริการที่เป็นมิตรให้กับวัยรุ่น มีระบบส่งต่อไปยังสวัสดิการสังคม 4. กระทรวงมหาดไทย โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องทำให้วัยรุ่นเข้าถึงสิทธิของตนเอง และ 5. กระทรวงแรงงาน สถานประกอบการต้องให้วัยรุ่นได้เรียนรู้เรื่องเพศศึกษา และการเข้าถึงบริการที่เป็นมิตร ซึ่ง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ