การศึกษาเชิงคุณภาพของ จ.ชัยภูมิ ฉบับนี้ ทำขึ้นเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของการดำเนินงานโครงการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ต.โนนสำราญ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ที่ดำเนินการศึกษากับคณะทำงานพัฒนาเยาวชน ต.โนนสำราญ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการจำนวน 23 คน โดยดำเนินการศึกษาระหว่างเดือน ม.ค. – เม.ย. 2559 และใช้แนวทางการสนทนากลุ่มและแนวการสัมภาษณ์เชิงลึกเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา

ข้อมูลพื้นฐานของ ต.โนนสำราญ นั้นเป็นชุมชนชนบทที่อยู่ห่างจากตัวจังหวัดชัยภูมิราว 23 กิโลเมตร ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและมีอุตสาหกรรมสังกะสีขนาดเล็กในชุมชน ชาวบ้านบางส่วนเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดและต่างประเทศ ในชุมชนจึงมีวัยรุ่นที่อาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย แม้วัยรุ่นบางส่วนจะยังคงอาศัยอยู่กับพ่อแม่ แต่เพราะต้องประกอบอาชีพเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ผู้ปกครองจึงไม่มีเวลาที่จะพูดคุยกับลูกหลานวัยรุ่น โดยเฉพาะเรื่องเพศที่นอกจากไม่มีเวลาแล้วยังเป็นเรื่องของทัศนคติที่เชื่อว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องที่ปกปิด จึงไม่กล้าที่จะพูดกับลูกหลานในเรื่องนี้

ในส่วนของการทำงานเรื่องการป้องกันการตั้งครรภ์ที่เคยทำมาก็พบว่ามีการดำเนินงานอย่างไม่เป็นระบบ ภาคีที่ดำเนินงานต่างคนต่างทำ กิจกรรมส่วนใหญ่เน้นการอบรมวัยรุ่นในภาพรวมไม่มีการเจาะกลุ่มเป้าหมาย ไม่มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมรอบตัววัยรุ่น เช่น ส่งเสริมให้พูดคุยสื่อสารเชิงบวกในครอบครัว และการจัดพื้นที่สร้างสรรค์ ไม่มีการพัฒนาบริการที่เป็นมิตร วัยรุ่นที่ประสบปัญหาจึงใช้วิธีจัดการกันเองภายในครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่วัยรุ่นก็ไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

แต่หลังจากดำเนินโครงการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมามากกว่า 1 ปี ต.โนนสำราญ มีการขับเคลื่อนงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น ผู้บริหารที่เป็นภาคีในการดำเนินงาน ได้แก่ อบต.โนนสำราญ รพสต.บ้านโนน โรงเรียนขยายโอกาส 2 แห่ง และองค์การภาคีแกนนำในพื้นที่ ได้ให้ความสำคัญกับโครงการโดยสนับสนุนและเอื้อให้เกิดการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม คณะทำงานได้รับการพัฒนาศักยภาพและปรับทัศนคติเรื่องเพศ มีการประสานงานแนวราบโดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเข้ามาช่วยมีเครือข่ายแกนนำระดับหมู่บ้าน ชุมชนได้ร่วมวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงและปัจจัยเสี่ยงของวัยรุ่น จากนั้นจึงมีการอบรมสร้างความเข้มแข็งให้กับวัยรุ่น มีการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีพฤติกรรมที่เหมาะสมให้กับวัยรุ่น จัดอบรมให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองในการสื่อสารกับลูกหลาน มีกิจกรรมรณรงค์สื่อสารสร้างความเข้าใจกับชุมชน ท้องถิ่นรู้บทบาทในการจัดพื้นที่สร้างสรรค์และสนับสนุนงบประมาณให้วัยรุ่นกลุ่มต่าง ๆ มีบริการที่เป็นมิตรโดยแกนนำระดับตำบล หมู่บ้าน และมีช่องทางประสานเครือข่ายภายนอกเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือเมื่อวัยรุ่นเผชิญปัญหา

ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการดำเนินงานโครงการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ต.โนนสำราญ ได้แก่ 1) การประสานการทำงานและร่วมมือกันทำหน้าที่ในการดำเนินงานแต่ละฝ่ายอย่างเข้มแข็ง 2) ส่งเสริมให้พ่อแม่มีทักษะพูดคุยกับลูกอย่างเปิดใจเรื่องความรักความสัมพันธ์และเพศสัมพันธ์ 3) การสนับสนุนให้โรงเรียนมีการเรียนการสอนเรื่องทักษะชีวิตและเพศวิถีศึกษารอบด้าน 4) การวางแผนการทำงานเพื่อเจาะกลุ่มวัยรุ่นที่มีแนวโน้มว่าจะมีเพศสัมพันธ์และเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ 5) การรณรงค์สื่อสารให้วัยรุ่นตระหนักถึงความรับผิดชอบเพื่อชะลอการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก 6) การจัดให้มีบริการสุขภาพที่เป็นมิตรกับวัยรุ่นครอบคลุมบริการทุกด้าน 7) ระบบบริการที่สัมพันธ์เชื่อมโยงกันทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา และด้านสังคม โดยความมีส่วนร่วมและการตัดสินใจของตัววัยรุ่น 8) การพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับวัยรุ่น และ 9) การพัฒนาข้อมูล เพื่อประเมินผลและการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวคือภารกิจ 9 ด้านของโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด ที่สนับสนุนการดำเนินงานโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

นั่นหมายความว่าหากจังหวัดใดดำเนินการขับเคลื่อนตามภารกิจ 9 ด้านนี้อย่างจริงจัง ก็เชื่อได้ว่าจะประสบความสำเร็จในงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเหมือน ต.โนนสำราญ อยากรู้วิธีการทำงานเพิ่มเติมในแต่ละภารกิจ ว่าประกอบไปด้วยปัจจัยความสำเร็จตัวใด คลิกอ่านเพิ่มเติมได้จากเอกสารฉบับเต็มด้านล่าง

 

ดาวน์โหลดเอกสารได้ที่นี่