การให้บริการคุมกำเนิดหลังคลอดให้กับวัยรุ่นที่โรงพยาบาล สามารถช่วยลดอัตราการตั้งครรภ์ซ้ำในวัยรุ่นลงได้

วันที่ 2 สิงหาคม คณะกรรมการประสานยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จัดการประชุมเพื่อรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กระทรวงสาธารณสุข

14233804การประชุมนี้มีตัวแทนคณะทำงานโครงการฯ จาก จ.นครพนม และ จ.เพชรบุรี ร่วมรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการฯ ซึ่งพบว่า อัตราการคลอดของหญิงอายุ 15-19 ปี ของทั้งสองจังหวัดกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ใน จ.นครพนม กลับพบการตั้งครรภ์ซ้ำของวัยรุ่นอยู่ในอัตราที่สูง และใน จ.เพชรบุรี ก็พบว่าอัตราการคลอดของหญิงอายุ 10-14 ปียังไม่ลดลงอย่างชัดเจน

นพ. วิวัฒน์ โรจนพิทยากร โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า การทำงานขับเคลื่อนในจังหวัดยังมีประเด็นที่น่าเป็นกังวลคือการตั้งครรภ์ซ้ำ ซึ่งโรงพยาบาลที่เป็นต้นทางที่วัยรุ่นเข้ามารับบริการคลอด ควรต้องจัดบริการคุมกำเนิดหลังคลอดให้กับวัยรุ่นทันที อาทิ ยาฝังคุมกำเนิด ห่วงคุมกำเนิด หรืออุปกรณ์คุมกำเนิดอื่น ๆ ที่จะไม่ทำให้วัยรุ่นมีโอกาสกลับไปตั้งครรภ์ซ้ำ

“จริง ๆ แล้วยาฝังคุมกำเนิดวัยรุ่นสามารถได้ฟรีอยู่แล้ว โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะดำเนินการจ่ายให้ แต่หากจังหวัดไม่จัดบริการดังกล่าว ผลก็จะเกิดกับวัยรุ่นที่พบการตั้งครรภ์ซ้ำ จริง ๆ แล้วเรื่องนี้อยู่ในมือคนทำงานทุกคน ที่สามารถจะช่วยยุติการตั้งครรภ์ซ้ำในพื้นที่ลงได้” นพ. วิวัฒน์ กล่าว

นพ. กิตติพงศ์ แซ่เจ็ง ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กล่าวว่า จังหวัดที่ดำเนินโครงการฯ ควรต้องนำเสนอได้ว่า ผู้หญิงที่มาคลอด หลังการคลอดหรือยุติการตั้งครรภ์แล้วในแต่ละไตรมาส ได้รับการคุมกำเนิดในแต่ละประเภทร้อยละเท่าไหร่ รวมถึงมีการติดตามต่อจากนั้นเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำด้วย 14247528_10208217945899335_824975726_o

“หากมีการใช้อุปกรณ์คุมกำเนิดอื่น ๆ พื้นที่ควรนำเสนออัตราในการใช้อุปกรณ์ดังกล่าว และติดตามการใช้งาน หากไม่พบการตั้งครรภ์ซ้ำก็ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะไม่จำเป็นว่าทุกพื้นที่ต้องใช้ยาฝังคุมกำเนิด แต่การใช้ยาฝังเป็นเพียงเครื่องการันตีในการป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำเท่านั้น” นพ. กิตติพงศ์ กล่าว

พญ. จิราภรณ์ อรุณากูร โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า คนในสังคมมีทัศนะหรือความเห็นต่อการใช้ยาฝังคุมกำเนิดแตกต่างกัน จากประสบการณ์ในการให้การปรึกษาวัยรุ่นที่ไม่ฝังยาคุมกำเนิด โดยมีการทำวิจัยเปรียบเทียบกับการฝากครรภ์แบบปกติ พบว่า ในช่วงที่วัยรุ่นตั้งครรภ์หากมีการพูดคุยกับพ่อแม่ผู้ปกครองเรื่องการคุมกำเนิดในช่วงนั้น จะมีประสิทธิภาพมากกว่าการพูดคุยหลังคลอดแล้ว เพราะในช่วงที่วัยรุ่นตั้งครรภ์และกำลังเผชิญปัญหา จะเป็นช่วงที่เด็กเปิดใจและรับฟังข้อมูลทุกอย่าง