คณะกรรมการประสานยุทธศาสตร์ท้องวัยรุ่นย้ำ การเก็บข้อมูลเชิงสังคมในพื้นที่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหาท้องวัยรุ่น

วันที่ 26 กรกฎาคม คณะกรรมการประสานยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จัดการประชุมเพื่อรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด ซึ่งสนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ณ ห้องประชุมชั้น 2 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

8980นพ. กิตติพงศ์ แซ่เจ็ง ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กล่าวว่า การพัฒนาระบบจัดเก็บฐานข้อมูลของจังหวัดนำร่อง เป็นการทำงานตามภารกิจของโครงการฯ ที่ต้องพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อติดตามและประเมินความก้าวหน้า นอกจากการเก็บสถิติในเชิงสาธารณสุข เช่น อัตราการคลอด อัตราในการตั้งครรภ์ซ้ำ ร้อยละของวัยรุ่นที่มีการใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ จังหวัดควรมีข้อมูลสถิติในเชิงสังคมของพื้นที่เอง เช่น จำนวนวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์แล้วได้เรียนต่อ สถานะของวัยรุ่นก่อนการตั้งครรภ์ วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ได้รับความช่วยเหลืออย่างไร ฯลฯ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในพื้นที่ต่อไป

7894745น.ส. ณัฐยา บุญภักดี กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ หรือ UNFPA กล่าวว่า ในประเทศอังกฤษที่ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ก็ใช้ข้อมูลจากระดับพื้นที่แสดงสถานการณ์ของพื้นที่นั้น ๆ โดยระหว่างการทำงานจะมีการตรวจสอบข้อมูลทุก ๆ 3 เดือน เพื่อประเมินว่าการทำงานในแต่ละเรื่องนั้นเข้าใกล้เป้าหมายที่วางไว้มากน้อยเพียงใด หากพบข้อติดขัดระหว่างการทำงาน จะมีทีมจากส่วนกลางลงไปให้ความช่วยเหลือ ซึ่งการปรับแผนอย่างทันท่วงทีและความไวต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลมาจากข้อมูลระดับพื้นที่ทั้งสิ้น

7800การประชุมครั้งนี้มีตัวแทนคณะทำงานโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นจังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดลำปาง ร่วมรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการฯ พบว่า อัตราการคลอดของหญิงอายุ 15-19 ปี มีแนวโน้มลดลง มีกลไกการประสานงานทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบลที่ชัดเจน ทำให้การดำเนินงานขับเคลื่อนเป็นไปด้วยดี ในส่วนของปัญหาอุปสรรคในพื้นที่พบว่ายังขาดข้อมูลเชิงสังคมในการพัฒนาระบบฐานข้อมูล และการสนับสนุนการเรียนการสอนเพศวิถีศึกษาที่ขาดการติดตามหนุนเสริม ผู้บริหารสถานศึกษายังคงเน้นการพัฒนาด้านวิชาการ และไม่เห็นความสำคัญของการเรียนรู้เรื่องเพศวิถีศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะทำงานจังหวัดต้องหาทางคลี่คลายปัญหาหรืออุปสรรคเหล่านี้ต่อไป