สธ.รณรงค์ตรวจเอชไอวี “1 กรกฎาคม VCT Day” ชี้คนไทยเกือบ 5 หมื่นคนยังไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อ เร่งรัดปรับปรุงกฎระเบียบให้สามารถตรวจเอชไอวีด้วยตนเองได้

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2559 ที่กรมควบคุมโรค นพ.อำนวย  กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย กำหนดให้วันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันรณรงค์ตรวจเอชไอวี (Voluntary Counselling and Testing Day : VCT Day) จัดกิจกรรมรณรงค์ตลอดเดือนกรกฎาคม เพื่อให้เห็นความสำคัญของการทราบสถานะการติดเชื้อเอไอวีของตนเอง การรับคำปรึกษา สามารถประเมินพฤติกรรมเสี่ยงพร้อมรับการตรวจและรับทราบผลการตรวจ รวมถึงรู้ทักษะในการป้องกันและดูแลสุขภาพตนเองได้ สำหรับในปี 2559 นี้ มีคำขวัญในการรณรงค์ คือ “ตรวจเร็ว รักษาเร็ว ยุติเอดส์”

สถานการณ์โรคเอดส์ของประเทศไทยปัจจุบัน พบว่าทุกปีจะมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 7,000 ราย ซึ่งจากการคาดประมาณจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวี 438,100 คน ส่วนรายงานผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ได้รับการวินิจฉัยในปี 2558 คือ 391,484 คน แสดงถึงผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังไม่ได้รับการตรวจและทราบสถานการณ์ติดเชื้อ ของตนประมาณไม่ต่ำกว่า 47,000 คน ทำให้ขาดโอกาสในการได้รับบริการดูแลรักษา และป้องกันทั้งของตนเองและคู่ ซึ่งมีโอกาสถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีไปยังคู่และสังคมโดยไม่รู้ตัวอีกมาก โดยทุกภาคส่วนต้องร่วมสร้างความตระหนักและรณรงค์ให้ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง และผู้ติดเชื้อเอชไอวี ได้รับการตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็ว เข้าสู่ระบบการดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จนเกิดกระแสที่รู้สึกได้ว่าการตรวจเอชไอวีเป็นเรื่องปกติ (Normalize HIV Testing) ในสังคมไทย เพื่อมุ่งสู่การยุติปัญหาเอดส์ ในปี 2573

นพ.อำนวย กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย ได้ดำเนินการและรณรงค์ในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดบริการ และมาตรการรองรับในด้านต่างๆ ดังนี้

1.ขอความร่วมมือให้หน่วยบริการสุขภาพและโรงพยาบาลทั่วประเทศ ร่วมดำเนินการจัดบริการและร่วมรณรงค์ในหน่วยงาน

2.การตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีแบบทราบผลการตรวจในวันเดียว เพื่อลดอัตราการไม่กลับมารับผลการตรวจ และอาจเสียโอกาสในการเข้ารับการรักษา

3.การจัดให้บริการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี เป็นบริการฟรี ปีละ 2 ครั้ง โดยใช้เพียงบัตรประชาชนที่มีเลข 13 หลัก และรับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสได้ฟรีตามสิทธิ

4.การตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีสำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยสามารถรับคำปรึกษาและตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องขอรับการยินยอมจากผู้ปกครอง

5.หญิงฝากครรภ์และสามี ได้รับบริการปรึกษาและตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี เพื่อเข้าสู้ระบบการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากมารดาสู่ทารก

และ 6.การจัดบริการเชิงรุก โดยโรงพยาบาล สถานบริการของรัฐ องค์กรพัฒนาเอกชนด้านเอดส์ ทั้งให้คำปรึกษาและตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีนอกสถานที่ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการให้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้าถึงยาก

นพ.อำนวย กล่าวว่า ในปี 2559 นี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ร่วมกับเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเร่งรัดปรับปรุงกฎ ระเบียบให้การตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง (self-test) ซึ่งประชาชนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสามารถเลือกใช้ได้ด้วยตนเอง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาให้ครอบคลุมหลายๆ ด้าน รวมถึงด้านกฎหมายด้วย

และในปี 2559 นี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้สนับสนุนให้แต่ละประเทศจัดบริการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตัวเอง ซึ่งในหลายประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส ได้อนุญาตให้มีการตรวจด้วยตนเองแล้ว และขณะนี้ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ได้เริ่มศึกษาในประเทศไทย ซึ่งผลการศึกษาจะได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

ในโอกาสนี้ ขอให้ประชาชนทุกคนหันมาป้องกันตนเอง และรับผิดชอบตนเองและผู้อื่น โดยการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ หากต้องการคำปรึกษาเรื่องสุขภาพทางเพศ สามารถเข้ารับบริการได้ที่สถานพยาบาลและเครือข่ายบริการที่เป็นมิตรใกล้บ้าน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนปรึกษาเอดส์ โทร 1663 และที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

ข้อมูลจาก : เจาะลึกระบบสุขภาพ