จ.เลย เป็นหนึ่งในจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด มาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2557 – ปัจจุบัน ณ วันนี้ถือว่าเป็นครึ่งทางของการขับเคลื่อนงานโครงการฯ แล้ว กว่า 1 ปีครึ่งในการทำงานที่ผ่านมาเกิดการเรียนรู้ต่าง ๆ ขึ้นมากมายในพื้นที่ อาทิ เกิดการขับเคลื่อนเครือข่ายคนทำงานในประเด็นท้องวัยรุ่น ที่พร้อมจะขับเคลื่อนงานไปด้วยกัน เกิดเครือข่ายเยาวชนที่ออกมาร่วมกันทำกิจกรรมหลังเลิกเรียน รวมถึงมีการขยายจำนวนโรงเรียนที่สอนเพศวิถีศึกษามากขึ้น ดังที่กล่าวมาเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในพื้นที่เท่านั้น การดำเนินงานที่ผ่านมาของ จ.เลย จะเป็นอย่างไร ติดตามได้จากรายละเอียดด้านล่าง

สถานการณ์วัยรุ่นในพื้นที่
นับตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา จ.เลย มีอัตราการคลอดบุตรในวัยรุ่นอายุ 15 – 19 ปี อยู่ในระดับที่สูงกว่า 50 : 1,000 คน มาโดยตลอด แต่เมื่อมีการขับเคลื่อนงานเรื่องท้องวัยรุ่นอย่างจริงจัง อัตราการคลอดบุตรเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการคลอดบุตรที่เกิดขึ้นในจังหวัดมีรายละเอียดดังนี้

ปี อัตราการคลอด : 1,000 คน
2552 50.00
2553 50.70
2554 56.50
2555 57.30
2556 53.50
2557 50.80
2558 43.51

แม้ว่าอัตราการคลอดบุตรภายในจังหวัดจะลดลง แต่ก็พบว่ามีอัตราการตั้งครรภ์ซ้ำสูงขึ้น ส่วนเรื่องพฤติกรรมเสี่ยงในกลุ่มเยาวชน ในปี 2557 พบว่าวัยรุ่นที่เคยมีเพศสัมพันธ์อยู่ที่ร้อยละ 21 และมีการใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์เพียงร้อยละ 46 โดยในปี 2558 พบว่าวัยรุ่นที่เคยมีเพศสัมพันธ์มีอัตราลดลง และมีการใช้ถุงยางอนามัยในอัตราที่มากขึ้น

เชื่อมร้อยการทำงานจากอดีตถึงปัจจุบัน
จ.เลย มีต้นทุนในการทำงานเรื่องท้องในวัยรุ่นมาตั้งแต่ปี 2554 – 2555 โดยทำงานในรูปแบบของคณะทำงานเพศวิถีศึกษา มีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 19 และองค์การแพธ (มูลนิธิแพธทูเฮลท์ – ปัจจุบัน) เป็นผู้ขับเคลื่อนงานในเรื่องนี้ ในระยะแรกของการทำงานจะเน้นไปที่เรื่องเพศวิถีศึกษาในโรงเรียน และมีงบของสำนักงานบริหารโครงการกองทุนโลก (Global Fund) เข้ามาสนับสนุนงานเรื่องบริการที่เป็นมิตรสำหรับเยาวชน โดยทำครอบคลุมพื้นที่ 14 อำเภอ

ในปี 2556 – 2557 จังหวัดมีการขับเคลื่อนงานผ่านคณะกรรมการอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ และในปี 2557 จ.เลย ได้รับทุนสนับสนุนการทำงานจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการดำเนินโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด และได้จัดตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ขึ้น โดยการขับเคลื่อนการทำงานระดับอำเภอและตำบล ยังคงใช้คณะกรรมการอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ชุดเดิมเป็นคนขับเคลื่อนการทำงานท้องวัยรุ่นใน 14 อำเภอ โดยทำงานครอบคลุม 5 องค์ประกอบคือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ครอบครัว ชุมชน สถานศึกษา และสถานบริการสาธารณสุข ภายใต้ 6 ยุทธศาสตร์ (ร่างยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2558 – 2567) และ 9 ภารกิจ (โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด)

การดำเนินงานที่ผ่านมาของ จ.เลย นั้น มีการทำงานใน 14 อำเภอมาตั้งแต่แรกเริ่ม การขับเคลื่อนงานต่าง ๆ จึงสามารถดำเนินการไปพร้อม ๆ กันได้ แต่การทำงานจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ1. กลุ่ม 6 อำเภอในพื้นที่เป้าหมายของโครงการฯ (เมือง เอราวัณ ปากชม ภูหลวง ผาขาว หนองหิน) และ 2. กลุ่ม 8 อำเภอ (นอกโครงการ) สิ่งที่แตกต่างในการทำงานใน 2 กลุ่มคืองบประมาณ ที่ 6 อำเภอเป้าหมายจะมีงบสนับสนุนในการทำกิจกรรมต่าง ๆ มากกว่า แต่ทั้ง 2 กลุ่มต่างขับเคลื่อนงานภายใต้ 9 ภารกิจเหมือนกัน

ภาคีเครือข่ายการทำงานในพื้นที่
การทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นไม่อาจสำเร็จได้เพียงแค่การทำงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องเกิดจากการขับเคลื่อนของภาคีทุกภาคส่วนที่มีบทบาทหน้าที่ที่ต้องดำเนินงานไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้นภาคีเครือข่ายในการทำงานของ จ.เลย จึงกระจายอยู่ในหลายภาคส่วน และรับผิดชอบการทำงานดังนี้
1. ภาคการศึกษา ประกอบด้วย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และมหาวิทยาลัย โดยดำเนินงานในเรื่องเพศวิถีศึกษา ที่สนับสนุนให้ทุกโรงเรียนมีการเรียนการสอน เรื่องทักษะชีวิตและเพศวิถีศึกษารอบด้าน
2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และศูนย์พัฒนาครอบครัว รับผิดชอบงานในส่วนของการส่งเสริมบทบาทครอบครัว การสื่อสารด้านสุขภาวะของวัยรุ่น และพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเยาวชน โดยมีการสนับสนุนทรัพยากรอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ อปท. ยังทำการขับเคลื่อนกลไกการทำงานทั้งหมดในพื้นที่ให้มีการดำเนินการอย่างเข้มแข็งอีกด้วย
3. องค์กรพัฒนาเอกชนในพื้นที่ ประกอบด้วย กลุ่มก่อการดี กลุ่มรักษ์เลยรักสุขภาพ กลุ่มแม่หญิง กลุ่มชวนน้องออม โดยองค์กรเหล่านี้จะรับผิดชอบในงานที่เกี่ยวข้องกับการรณรงค์สื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาวะทางเพศ
4. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บ้านพักเด็ก และสภาเด็ก มีบทบาทในงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบช่วยเหลือ สวัสดิการทางสังคม ให้การช่วยเหลือวัยรุ่นที่ประสบปัญหา
5. ภาคสาธารณสุข บทบาทหลักจะดูแลเรื่องระบบบริการสุขภาพที่เป็นมิตรกับวัยรุ่นครอบคลุมบริการที่จำเป็นทุกด้านและเข้าถึงวัยรุ่นทุกกลุ่ม และขับเคลื่อนกลไกการทำงานของโครงการในพื้นที่
6. สื่อมวลชน ได้แก่ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุชุมชน ร่วมทำงานในด้านรณรงค์สื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาวะทางเพศ

โครงการฯ สร้างการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ในพื้นที่
การที่ จ.เลย ได้เข้าร่วมโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สสส. นั้น ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ดังนี้
1. จังหวัดมีงบประมาณที่จะทำงานประเด็นการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในพื้นที่มากขึ้น
2. เกิดการแลกเปลี่ยนการทำงานระหว่างเครือข่าย มีเวทีต่าง ๆ ให้กับภาคีเครือข่ายได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีการใช้ประโยชน์เรื่องข้อมูลต่าง ๆ ในพื้นที่ร่วมกัน รวมถึงหาแหล่งทรัพยากรในพื้นที่มาทำงานร่วมกัน (Matching Fund)
3. เกิดเครือข่ายเยาวชนระหว่างสถานศึกษา และเกิดโครงการที่ดำเนินงานโดยเยาวชนมากกว่า 30 โครงงาน
4. มีโรงเรียนที่สอนเรื่องเพศวิถีศึกษามากขึ้น โดยขยายผลจากที่ สพม. ทำอยู่แต่เดิม ครอบคลุมทั้งโรงเรียนมัธยม โรงเรียนขยายโอกาส โรงเรียนสังกัดอาชีวศึกษา กศน. โดยมีระบบโคชติดตามวิธีการจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษา
5. มีพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเยาวชน เช่น กิจกรรมบ้านหลังโรงเรียน ที่บูรณาการร่วมกับนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้
6. งานภาคสาธารณสุขมีการขับเคลื่อนงานแบบบัดดี้กับสถานศึกษา
7. มีการจัดบริการที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นครอบคลุมทั้ง 14 อำเภอ
8. อัตราการคลอดบุตรในวัยรุ่นอายุ 15 – 19 ปีลดลง และในกลุ่มวัยรุ่นที่มีอัตราการตั้งครรภ์ซ้ำสูงขึ้น คณะทำงานได้มีการออกแบบโปรแกรมสำหรับวัยรุ่นกลุ่มนี้เพื่อลดอัตราการตั้งครรภ์ซ้ำให้ลดลง และจะออกแบบโปรแกรมให้กับวัยรุ่นกลุ่มต่าง ๆ อาทิ แม่วัยรุ่นตั้งครรภ์แรกในอายุที่ต่ำกว่า 20 ปีอีกด้วย

ปลายทาง…ที่อยากเห็น
สิ่งที่คณะทำงานฯ ของ จ.เลย คาดหวังและอยากเห็นเมื่อโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัดสิ้นสุดลง ประกอบด้วย
1. กลไกขับเคลื่อนการทำงานยังดำเนินต่อไปได้แม้โครงการจะสิ้นสุดลง
2. ภาคีที่เกี่ยวข้องและมีบทบาทในการทำงานดังกล่าวสามารถขับเคลื่อนงานได้ตามบทบาทและหน้าที่ของตนเอง
3. ท้องถิ่นมีการสนับสนุนงบประมาณในการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยคณะทำงานฯ มีการวางแผนที่จะลงไปผลักดันให้เกิดการสนับสนุนงบประมาณอย่างเป็นระบบในท้องถิ่น
4. ครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของวัยรุ่น
5. สถานศึกษาจัดกระบวนการเรียนรู้เรื่องทักษะชีวิตและเพศวิถีศึกษา
6. วัยรุ่นสามารถเข้าถึงบริการที่เป็นมิตร

เรื่องที่ยังท้าทายในการทำงาน
เรื่องที่ยังท้าทายของการทำงานใน จ.เลย คือ ประเด็นเรื่องเพศในพื้นที่ยังถูกให้ความสำคัญน้อย และถูกแรงต้านในการขับเคลื่อนงานโดยเฉพาะในการสนับสนุนงบประมาณ การสร้างทัศนคติที่ดีในเรื่องเพศให้กับผู้ปฏิบัติงานหรือผู้บริหารจึงเป็นสิ่งที่คนทำงานในพื้นที่ต้องดำเนินการอยู่ ในการทำงานของโครงการฯ ยังมีส่วนที่ต้องพัฒนาระบบข้อมูล เพื่อติดตามและประเมินผลความก้าวหน้า และจัดการความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงาน แม้จังหวัดจะมีระบบฐานข้อมูลอยู่แล้ว แต่พบว่ายังไม่เอื้อต่อการนำไปใช้ประโยชน์ เนื่องจากมีข้อมูลนำเข้าจากหลายส่วน ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะมีการพัฒนาต่อไป นอกจากเรื่องดังกล่าวข้างต้น สิ่งที่ยังคงเป็นเรื่องท้าทายการทำงานอยู่ในขณะนี้คือขั้นตอนการบริหารโครงการ ซึ่งผู้รับทุนหลักของโครงการคือหน่วยงานภาครัฐ ที่อาจติดขัดเรื่องระเบียบการเบิก-จ่ายตามระบบราชการ

การดำเนินงานโครงการฯ ของ จ.เลย ยังมีเวลาในการดำเนินงานอีก 1 ปีครึ่ง เรื่องที่ยังคงท้าทายการทำงาน และปลายทางที่คนทำงานอยากเห็น ยังคงเป็นเป้าหมายที่คนทำงานท้องวัยรุ่นจะต้องก้าวไปให้ถึง โดยเชื่อว่าทุกคนที่ทำงานในเรื่องนี้มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือต้องการเห็นอัตราการคลอดบุตรของวัยรุ่นในพื้นที่ตนเองลดลง

หมายเหตุ : เรียบเรียงข้อมูลจาก การนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จ.เลย ต่อคณะกรรมการประสานยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2559