เมื่อวัยรุ่นหรือผู้ที่อายุ 10 – 19 ปีตั้งครรภ์ ถือเป็นปัญหาคุณภาพประชากรของทุกประเทศ สำหรับประเทศไทยเรื่องการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นปัญหาระดับชาติ ที่มีการกำหนดยุทธศาสตร์การป้องกัน และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2558 – 2567 ที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะลดสถิติการคลอดในวัยรุ่นลงอย่างน้อยร้อยละ 50 ในเวลา 10 ปี การจะทำให้บรรลุเป้าหมายนี้ได้ทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมมือกัน โดยเฉพาะพ่อ – แม่ ที่มีลูกกำลังเข้าสู่วัยรุ่น และอยู่ในวัยรุ่น

มีรายงานวิจัยจำนวนมากที่พบว่าพ่อ–แม่/ผู้ปกครองมีส่วนอย่างสำคัญที่จะป้องกันลูกวัยรุ่นตั้งครรภ์ หรืออีกด้านหนึ่งก็เป็นต้นแบบที่ทำให้ลูกวัยรุ่นตั้งครรภ์ สาระต่อไปนี้เป็นข้อมูลที่สำคัญจากงานวิจัยต่างๆ ที่ย้ำว่า ความสำเร็จของการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นนั้น มีพ่อ–แม่/ผู้ปกครองเป็นกุญแจที่สำคัญ

อิทธิพลของพ่อ – แม่ / ผู้ปกครอง ต่อการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
1. “พ่อ – แม่/ผู้ปกครองมักประเมินตัวเองต่ำเกินไป”
พ่อ–แม่/ผู้ปกครองจำนวนมากไม่มีประสบการณ์เรียนเรื่องเพศศึกษาในโรงเรียน และไม่เคยมีประสบการณ์สื่อสารเรื่องเพศกับพ่อ – แม่ของตนเอง จึงเห็นว่าตนเองจะไม่มีความสามารถจะพูดคุยเรื่องนี้กับลูกได้ นอกจากนั้นยังเห็นว่าโรงเรียน/ครูจะสอนลูกได้ดีกว่าตนเอง และคิดว่าลูกเชื่อเพื่อนมากกว่าใครๆ ความเห็นนี้ขัดแย้งกับความต้องการเรียนรู้เรื่องเพศของวัยรุ่น เพราะมีการศึกษาจำนวนมากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ (1-5) ยืนยันว่าเด็กวัยรุ่นต้องการเรียนรู้เรื่องเพศจากพ่อ–แม่/ผู้ปกครองมากที่สุด แต่เมื่อพ่อ–แม่/ ผู้ปกครองประเมินว่าตนเองทำไม่ได้ก็ไม่ได้สื่อสารกับลูก ทำให้วัยรุ่นต้องหาความรู้เองจากเพื่อนและสื่อต่างๆ

การสนับสนุนให้พ่อ–แม่/ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของตนเองที่มีต่อพฤติกรรมทางเพศของลูกมากขึ้น และการช่วยให้พ่อ–แม่/ผู้ปกครองมีความมั่นใจในตนเองว่ามีความรู้เรื่องเพศ และวิธีการสื่อสารเรื่องเพศกับลูกตั้งแต่ยังไม่เข้าวัยรุ่น จนถึงวัยรุ่นจึงเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำให้เกิดขึ้น

2. “พ่อ–แม่/ผู้ปกครอง ที่เข้มงวดไม่ได้ช่วยป้องกันลูกวัยรุ่นตั้งครรภ์”
สัมพันธภาพระหว่างพ่อ–แม่/ผู้ปกครองกับลูกมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเรื่องเพศของลูกวัยรุ่นมาก มีรายงานการศึกษา (6,7) พบว่า พฤติกรรมของพ่อ–แม่/ผู้ปกครองที่มีกิจกรรมร่วมกับลูก อยู่บ้านพร้อมหน้ากันบ่อย รวมทั้งแสดงความเอาใจใส่ อาทร และให้การสนับสนุนลูก มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อลูกวัยรุ่นในการชะลอการมีเพศสัมพันธ์ หรือการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอายุมากขึ้น มีคู่นอนน้อย และใช้อุปกรณ์คุมกำเนิดสม่ำเสมอ

พ่อ–แม่/ผู้ปกครองที่เข้มงวด เคร่งครัดกฏระเบียบ ทำให้ลูกเกรงกลัว กีดกันการคบเพื่อนต่างเพศ และทำให้ลูกเห็นว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องสกปรก เลวร้าย มักมีสัมพันธภาพที่ห่างเหินกับลูก จึงเป็นแรงผลักดันให้ลูกไปหาความอบอุ่นทางใจจากผู้อื่น เป็นการเปิดโอกาสให้ลูกไปเผชิญกับปัญหาเรื่องเพศมากขึ้น ทั้งนี้มีรายงานการศึกษาพบว่าแม่วัยรุ่นจำนวนมากมาจากครอบครัวที่มีความรุนแรง และสัมพันธภาพระหว่างกันไม่ดี

3. “สอนให้รักนวลสงวนตัว ไม่ช่วยป้องกันวัยรุ่นตั้งครรภ์”
พ่อ–แม่/ผู้ปกครองจำนวนมากเห็นว่าการป้องกันวัยรุ่นตั้งครรภ์ที่ดีที่สุด คือการไม่มีเพศสัมพันธ์ ดังนั้นจึงเน้นการสอนลูกสาวให้ “รักนวลสงวนตัว” ซึ่งความคิดนี้ก็ไม่ผิดทั้งหมด แต่มีรายงานวิจัยจำนวนมากยืนยันว่าการสอนให้วัยรุ่น โดยเฉพาะผู้หญิงให้ชะลอการมีเพศสัมพันธ์เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้สถิติการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นลดลง แต่การทำให้เด็กมีความรู้เรื่องเพศอย่างเปิดกว้าง ด้วยแนวคิดเชิงบวกว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติที่ทุกคนต้องเรียนรู้ เพื่อให้รู้เท่าทันร่างกาย และอารมณ์เพศของตนเอง การทำให้ลูกรู้จักอุปกรณ์การคุมกำเนิด วิธีใช้ และการเข้าถึงบริการคุมกำเนิด กลับทำให้วัยรุ่นตัดสินใจชะลอการมีเพศสัมพันธ์มากขึ้น และเมื่อจะมีเพศสัมพันธ์ก็ใช้วิธีการคุมกำเนิดสม่ำเสมอ (8-9)

นั่นคือ ถ้าพ่อ–แม่/ผู้ปกครอง สอนให้ลูกวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์อย่างรับผิดชอบ และมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยจะช่วยป้องกันวัยรุ่นตั้งครรภ์ได้ดีกว่าการสอนให้หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์อย่างเดียว

4. “การคิดว่าเรื่องเพศและการตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องใหญ่ของผู้ชาย ทำให้เกิดปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์”
พ่อ–แม่/ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักมุ่งเน้นที่การป้องกันลูกสาว แต่ละเลยลูกชาย หรือไม่สอนให้ลูกชายเห็นว่าเรื่องเพศ และการตั้งครรภ์ก็เป็นความรับผิดชอบของผู้ชายเท่าๆ กับผู้หญิง ยิ่งกว่านั้นคือทำให้ลูกชายเห็นว่าการที่ผู้ชายมีประสบการณ์ทางเพศมากๆ เป็นส่วนหนึ่งของการเป็น “ลูกผู้ชาย” แล้วก็ปล่อยให้เด็กชายเรียนรู้เรื่องเพศเอง ความคิดและพฤติกรรมเช่นนี้ของพ่อ–แม่/ผู้ปกครอง ทำให้ลูกชาย (และผู้ชายทั่วไป) สร้างโอกาสมีเพศสัมพันธ์โดยละเลยเรื่องการป้องกันการตั้งครรภ์ และการติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงเอชไอวี / เอดส์ (10-11)

โดยสรุป พ่อ–แม่/ผู้ปกครอง มีอิทธิพลอย่างมากต่อพฤติกรรมทางเพศของลูกวัยรุ่น งานวิจัยทั้งหมดสรุปตรงกันว่า ความเข้มแข็ง และใกล้ชิดกันระหว่างลูกกับพ่อ – แม่/ผู้ปกครอง ซึ่งแสดงออกด้วยการมีกิจกรรมร่วมกัน แสดงความรัก และเอื้ออาทรสม่ำเสมอ พูดคุย ให้คำแนะนำเรื่องการคบเพื่อนต่างเพศ และเรื่องเพศในเชิงบวก เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ช่วยป้องกันวัยรุ่นตั้งครรภ์ได้

การส่งเสริมให้พ่อ–แม่/ผู้ปกครองสื่อสารเรื่องเพศกับลูกได้อย่างเหมาะสม
การสื่อสารเรื่องเพศนั้นมิได้หมายถึงการพูดคุยเท่านั้น แต่รวมถึงการแสดงถึงความเชื่อ ค่านิยมของ พ่อ–แม่/ผู้ปกครอง ผ่านการกำกับ และติดตามพฤติกรรมของลูกอีกด้วย พ่อ–แม่/ผู้ปกครองจำนวนมากยังไม่ตระหนักถึงอิทธิพลของตนต่อลูกในเรื่องนี้ และจำนวนมากมีความตระหนัก แต่ไม่มั่นใจว่าจะสื่อสารอย่างไร อะไร เมื่อใด จึงจะเหมาะสม ดังนั้นสังคมจึงต้องหาวิธีการส่งเสริมให้พ่อ–แม่/ผู้ปกครองสื่อสาร เรื่องเพศเชิงบวกกับลูกได้อย่างเหมาะสม

การประชาสัมพันธ์ให้พ่อ–แม่/ผู้ปกครอง ได้ตระหนักถึงความสำคัญของตนเองต่อลูก และการทำให้ พ่อ–แม่/ผู้ปกครองมีความมั่นใจที่จะสื่อสารเรื่องเพศกับลูกด้วยวิธีการต่างๆ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้มีการรับรู้ และเข้าถึงอย่างแพร่หลายจึงเป็นความจำเป็นที่ต้องทำให้เกิดขึ้น

วิธีการประชาสัมพันธ์ที่พบว่าได้ผลในต่างประเทศ (12-14) มีดังนี้
1. การรณรงค์ระดับประเทศ ผ่านสื่อต่างๆ ทั้ง online และ offline ทั้งนี้การรณรงค์ต้องระวังเรื่องเนื้อหาสาระไม่ให้สร้างความหวาดกลัว อับอาย หรือ ตีตราวัยรุ่นที่กำลังตั้งครรภ์ พ่อ–แม่วัยรุ่น และครอบครัว แต่ต้องเป็นการสร้างพลังอำนาจให้กลุ่มเป้าหมายเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์
2. เผยแพร่การอบรม และกิจกรรมต่างๆ ที่สร้างเสริมทักษะการสื่อสารเรื่องเพศ ระหว่างพ่อ–แม่ / ผู้ปกครอง กับลูก ไปยังสมาคม/ชมรมผู้ปกครองของทุกโรงเรียน รวมทั้งสถานประกอบการต่างๆโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ
3. ภาครัฐร่วมมือกับเอกชนในการเปิดโอกาสให้พนักงานที่เป็นพ่อ–แม่/ผู้ปกครองได้เข้าถึงการอบรม และกิจกรรมต่างๆ ที่เสริมสร้างทักษะการสื่อสารเรื่องเพศเชิงบวก และเผยแพร่ให้กว้างขวางทั้ง online และ off line

 

สรุป
การมีส่วนร่วมอย่างสำคัญของพ่อ–แม่/ผู้ปกครองในการป้องกันวัยรุ่นตั้งครรภ์ เป็นการสร้างเสริมคุณภาพของประชากร การสร้างกิจกรรมต่างๆ ให้พ่อ–แม่/ผู้ปกครองมีความมั่นใจว่าสามารถคุยกับลูกเรื่องเพศได้อย่างสร้างสรรค์ทั้งในช่วงก่อนวัยรุ่น และวัยรุ่นเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำให้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย และหลากหลายรูปแบบตามบริบทของพ่อ–แม่/ผู้ปกครอง รวมทั้งการทำให้พ่อ–แม่/ผู้ปกครองเข้าถึงกิจกรรมดังกล่าวได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย

โดย ศาสตราจารย์ ดร.ศิริพร จิรวัฒน์กุล

นักวิชาการอิสระ อดีตอาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

เอกสารอ้างอิง
1. กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ ประเทศไทย. แม่วัยใส: ความท้าทาย การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น. กรุงเทพฯ: แอดวานส์ปริ้นติ้งจำกัด, 2556.
2. ศิริพร จิรวัฒน์กุล, กฤตยา แสวงเจริญ, ดารุณี จงอุดมการณ์, นิลุบล รุจิรประเสริฐ และคณะ. สถานการณ์การตั้งครรภ์วัยรุ่น: การรับรู้ของวัยรุ่นใน 7 จังหวัดของประเทศไทย. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2555; 21(5): 865-77.
3. ศรีเพ็ญ ตันติเวส, ทรงยศ พิลาสันต์, อินทิรา ยมาภัย, ยศ ตีระวัฒนานนท์, ชลัญธร โยธาสมุทร, อภิญญา มัคเดช, ณัฐจรัส เองมหัสสกุล. สถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในประเทศไทย 2556. กรุงเทพฯ: โครงการประเมินผลเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, 2556.
4. Karofsky PS et al. Relationship between adolescent parental communication and initiation of first intercourse by adolescents. Journal of Adolescent Health 2000: 28; 41-45.
5. Miller B. Families Matter: A research synthesis of family influences on adolescent pregnancy. Washington, DC: National Campaign to Prevent Teen Pregnancy, 1998.
6. Nystrom RJ, Dukf JEA, Victor B. Shifting the paradigm in Oregon from teen pregnancy prevention to youth sexual health. Public Health Reports 2013; Supplement 1(128): 89-95.
7. National Campaign to Prevent Teen Pregnancy “Parent Power: What Parents Need to know and Do to Help Prevent Teen Pregnancy” Washington, DC: NCPTP, 2001.
8. Shoop D, Davidson P. AIDS and Adolescents: The Relation of Parent and Partner Communication to Adolescent Condom Use. J Adoles 1994; 17:137-48.
9. Martino SP, Elliot MP, Corona RP, Kanouse DP, Schuster MM. Beyond the “Big Talk”: The Roles of Breadth & Repetition in Parent-Adolescent Communication about Sexual Topics. Official Journal of the American Academy of Pediatrics, 2009.
10. Weinman, M et al. Risk Factors, Parental Communication, Self and Peers’ Beliefs as Predictors of Condom Use Among Female Adolescents Attending Family Planning Clinics. Child Adolesc Soc Work J 2008; 25:157-170.
11. Centers for Disease Control and Prevention. Teen Pregnancy Prevention 2010-1015 Integration Services, Programs, and Strategies through Communitywide Initiative [online]. [Retrieved 25 December 2014] from URL: www.cdc.gov/teenpregnancy/preventteenpreg_html
12. Teenage Pregnancy Independent Advisory Group. Teenage Pregnancy: Past success-future challenges. 2010. TPIAG-FINAL-REPORT [online]. [Retrieved 25 December 2014] from URL: http://dera.ioe.ac.uk/id/eprint/2258
13. UNICEF. The National Campaign to Prevent Teen Pregnancy: Teen Pregnancy and Violence, 2010.
14. UNICEF. The National Campaign to Prevent Teen Pregnancy: Teen Pregnancy and Education 2010. [Cited 14 August 2012]. Available from: http://www.thenationalcampaign.org/why-it-matters/pdf.