sam7        สิบปีที่แล้วการพูด “เรื่องเพศ” ในพื้นที่สาธารณะอาจมิใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายนัก คนส่วนใหญ่ยังคิดว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูด ไม่ควรสอน โตขึ้นไปก็เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ผู้ที่อาจหาญยกประเด็นเรื่องเพศมาพูดคุย อาจต้องพบกับแรงเสียดทานต่าง ๆ รอบข้าง แต่ในช่วงเวลานั้นกลับมีโรงเรียนหนึ่งที่เห็นว่าการเรียนรู้เรื่องเพศคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับนักเรียน แม้จะพบกับแรงกระแทกหรือแรงเสียดทานจากสังคม แต่ “เพศวิถีศึกษา” ก็ได้ถูกบรรจุลงในหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนเสริมงามวิทยาคมมาจนถึงวันนี้
การจัดการเรียนรู้เรื่องเพศวิถีศึกษาในโรงเรียนเสริมงามฯ จ.ลำปาง เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปางจัดอบรมหลักสูตรครูเพศวิถีศึกษาของโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ 16ทางโรงเรียนส่งตัวแทนครูเข้าร่วมการอบรมดังกล่าว หลังผ่านการอบรมแล้วนั้นเห็นว่าหลักสูตรเพศวิถีศึกษาเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนจึงนำมาบูรณาการหรือสอนโดยการสอดแทรกในรายวิชาต่าง ๆ

หลังจากดำเนินการสอนไปได้ระยะหนึ่งก็พบว่าการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษาให้ได้สัมฤทธิ์ที่ดีที่สุดต้องสอนให้ครอบคลุมทั้ง 6 มิติ ประกอบด้วย พัฒนาการทางเพศ สัมพันธภาพระหว่างบุคคล ทักษะส่วนบุคคล พฤติกรรมทางเพศ สุขภาพทางเพศ และสังคมและวัฒนธรรม โรงเรียนจึงบรรจุเนื้อหาดังกล่าวลงในหลักสูตรสถานศึกษาที่เรียกรายวิชาจริยศึกษา และทำการสอนตั้งแต่ระดับชั้น ม. 1 – 6 โดยสอนจำนวน 16 คาบต่อปี นอกจากนี้โรงเรียนเสริมงามฯ ยังส่งเสริมกิจกรรมนอกห้องเรียน หรือกิจกรรมที่ให้นักเรียนเป็นคนดำเนินการ อาทิ ห้องสมุดเพศศึกษา การแสดงละครหุ่นกระบอก การจัดรายการวิทยุ การร่วมกิจกรรมรณรงค์ในวันสำคัญต่าง ๆ

sam1อ.อัมวรรณ กนกกังวานโรจน์ ผู้รับผิดชอบโครงการสอนเพศวิถีศึกษากล่าวว่า ในช่วงแรกที่นำเรื่องเพศวิถีศึกษาเข้ามาในโรงเรียนถูกกระแสต่อต้านจากอาจารย์บางท่าน       ที่มองว่าการสอนเรื่องเพศเปรียบเสมือนเป็นการชี้โพรงให้กระรอก จึงมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างคณะครูในโรงเรียนอยู่หลายครั้ง รวมถึงมีการอบรมสร้างความเข้าใจและปรับเปลี่ยนทัศนคติในเรื่องเพศวิถีศึกษาให้กับอาจารย์ทุกคน เมื่อสร้างความเข้าใจให้กับอาจารย์แล้วสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่ลืมไม่ได้คือการสร้างความเข้าใจกับพ่อแม่ผู้ปครอง โดยก่อนเปิดการสอนเพศวิถีศึกษาโรงเรียนได้จัดกิจกรรมพบปะพูดคุยระหว่างครูที่ปรึกษาและผู้ปกครอง         ในแต่ละระดับชั้น เพื่อสร้างความเข้าใจถึงความสำคัญของการเรียนรู้ในเรื่องดังกล่าว

ระหว่างที่ครูจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับนักเรียน โรงเรียนเสริมงามฯ ยังมีระบบในการพัฒนา     ครูผู้สอนผ่านการ coaching จากผู้ประสานงานโครงการฯ ผู้อำนวยการโรงเรียน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ศูนย์ประชาคมเอดส์ ที่เข้ามาสร้างขวัญกำลังใจและหนุนเสริมอย่างสม่ำเสมอ โดยผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับนักเรียนภายหลังจากที่ได้เรียนรู้เรื่องเพศวิถีศึกษาแล้ว อาทิ กล้าพูดเรื่องเพศ สถิติในการตั้งครรภ์ของนักเรียนลดลง นักเรียนมีความตระหนักในการใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ฯลฯ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้จากการสังเกต การใช้แบบประเมินของสาธารณสุขและการคัดกรองโดยอาจารย์ที่ปรึกษา แม้วันนี้โครงการฯ จะจบลง แต่การจัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาในโรงเรียนเสริมงามฯ ก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง ด้วยภาคีเครือข่ายที่ทางโรงเรียนได้สร้างไว้ อาทิ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข โรงพยาบาล ชุมชน เครือข่ายพ่อแม่ผู้ปกครอง พระภิกษุ

sam2

เมื่อวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทำให้เพศวิถีศึกษายังคงมีการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องในโรงเรียนเสริมงามฯ พบว่าเกิดจากหลายองค์ประกอบ อาทิ

๏ ตัวของอาจารย์ผู้รับผิดชอบโครงการฯ (อ.อัมวรรณ) ที่สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้เกี่ยวข้อง เมื่อต้องการความร่วมมือ ทุกฝ่ายก็มีความยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือ ซึ่งอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักถือเป็นกลไกสำคัญที่จะดึงความร่วมมือและช่วยผลักดันให้เกิดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาขึ้นในโรงเรียน

๏ อาจารย์ในโรงเรียน ที่มีใจมุ่งมั่นในการถ่ายทอดเนื้อหาที่เป็นประโยชน์แก่นักเรียน

๏ ฝ่ายวิชาการของโรงเรียน ที่เล็งเห็นความสำคัญกับการเรียนรู้เพศวิถีศึกษา นำเนื้อหาเข้าสู่หลักสูตรสถานศึกษา

๏ ผู้บริหารโรงเรียน ที่ให้การสนับสนุน แม้จะมีการเปลี่ยนผู้บริหารอยู่หลายครั้งตามวาระ แต่ผู้บริหารทุกคนต่างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากกระบวนการสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้บริหารของคณะครูผู้สอนเพศวิถีศึกษา เมื่อผู้บริหารเห็นด้วยก็จะส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนงานในด้านต่าง ๆ

๏ การหนุนเสริมจากภาคีเครือข่ายรอบข้างโรงเรียน อาทิ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข พระภิกษุ ชุมชน ฯลฯ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างการเรียนรู้เรื่องเพศวิถีศึกษาในโรงเรียน เช่น พระภิกษุมาอบรมพ่อแม่ผู้ปกครองในเรื่องทักษะชีวิต เทศบาลให้งบประมาณมาจัดกิจกรรมในโรงเรียน

sam3เห็นได้ว่าหากต้องการจัดการเรียนรู้เรื่องเพศวิถีศึกษาในโรงเรียน ต้องผ่านกระบวนการที่ต้องสร้างความเข้าใจให้กับผู้คนมากมาย เพื่อดึงพวกเขาให้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน การพูดเรื่องเพศในวันนี้อาจไม่ใช่เรื่องยากเหมือนสิบปีที่แล้ว เพียงแต่ต้องทำให้ผู้เกี่ยวข้องรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการเรียนรู้เรื่องเพศวิถีศึกษา ที่เป็นการเรียนรู้เรื่องราวของชีวิตในแง่มุมที่รอบด้าน เพราะท้ายที่สุดแล้วประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดขึ้นจากการเรียนรู้ย่อมเกิดกับตัวเยาวชนทั้งสิ้น