๏ การศึกษาหนึ่งในเท็กซัสพบว่า ผลลัพธ์ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการสูญเสียการรักษาความลับ สามารถทำให้เกิดการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 การเกิดร้อยละ 7 และการทำแท้งร้อยละ 2 ในวัยรุ่นหญิงทุก ๆ 100 คนที่ได้รับบริการที่เป็นความลับในด้านอนามัยเจริญพันธุ์ นักวิจัยยังคาดการณ์ว่าวัยรุ่นหญิงในสหรัฐฯ ทุก ๆ 100 คน จะมีวัยรุ่นร้อยละ 3 ที่ไม่ได้รักษาหนองในเทียม ร้อยละ 1 ไม่ได้รักษาหนองใน และอีกร้อยละ 1 ที่ไม่ได้รักษาภาวะการอักเสบในช่องเชิงกราน

๏ เกือบ 1 ใน 4 ของวัยรุ่นที่ลงทะเบียนในองค์กรสุขภาพแห่งหนึ่งมักใช้บริการนอกเวลาเนื่องจากต้องการรักษาความลับ วัยรุ่นที่ไปใช้บริการนอกเวลามักเป็นวัยเจริญพันธุ์ ดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ได้อาศัยอยู่กับครอบครัว พวกเขาเผชิญกับอันตรายด้านสุขภาพมากกว่าวัยรุ่นที่ใช้บริการในเวลาปกติ ด้วยพฤติกรรมที่เสี่ยงของพวกเขาและการบริการที่ได้รับก็แยกส่วนไม่เป็นองค์รวม ทำให้วัยรุ่นหันไปใช้บริการนอกเวลาแทน

๏ การศึกษาหนึ่งที่ทำการศึกษาทั่วประเทศพบว่า ร้อยละ 86 ของวัยรุ่นหญิงที่รับบริการด้านวางแผนครอบครัวเต็มใจที่จะใช้บริการด้านอนามัยเจริญพันธุ์ที่รักษาความลับจากคลินิกในพื้นที่ ขณะที่ร้อยละ 83 จะหยุดใช้บริการบางอย่างหรือทั้งหมดหากมีการแจ้งไปที่พ่อแม่ของเขา ร้อยละ 57 จะหยุดใช้ยาคุมและหันมาใช้ถุงยางอนามัยแทน ร้อยละ 29 จะไม่ใช้ถุงยาง ประมาณร้อยละ 6 จะชะลอการตรวจหรือรักษาการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ มีเพียงร้อยละ 1 ที่จะหยุดมีเพศสัมพันธ์

๏ การศึกษาในกลุ่มตัวแทนระดับชาติเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของวัยรุ่น พบว่า ร้อยละ 14 ไม่ได้รับบริการโดยคำนึงถึงการรักษาความลับตามที่เขาต้องการ วัยรุ่นกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากปัญหาด้านสุขภาพ

๏ การศึกษาหลายชิ้นยังพบว่าวัยรุ่นที่ไม่มีโอกาสได้คุยกับผู้ให้บริการเพียงลำพัง (โดยที่ไม่มีพ่อแม่อยู่ด้วย) มักจะไม่หยิบเอาเรื่องละเอียดอ่อนมาคุยหรือยอมรับในพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำอยู่

 

หมายเหตุ : ข้อมูลวิจัยงานบริการทางคลินิกที่เป็นมิตรกับวัยรุ่น มาจากการวิจัยโดย Sue Alford, MLS ปี 2009 เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายเพื่อวัยรุ่น