“ฟิล์ม” และ “นานา” นักศึกษาระดับปริญญาตรี ปี 4 เด็กรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในยุคที่โซเซียลมีเดียและเทคโนโลยีการสื่อสารก้าวหน้าและมีผลต่อการใช้ชีวิตของคนในสังคม ปัจจุบันทั้งสองดำเนินธุรกิจผลิตหนังสั้นและออกแบบสื่อสำหรับวัยรุ่นผ่านทางโซเซียล เป็นทั้งบริษัทรับงานผลิตสื่อ และถือเป็นองค์กรสาธารณะประโยชน์ที่ต้องการรวมกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่และประชาสัมพันธ์งานของกลุ่มเยาวชนนอกกระแสให้เป็นที่รับรู้มากขึ้น โดยคิดเรื่องกลยุทธ์การสื่อสารในประเด็นต่าง ๆ เช่น เรื่องเพศ การศึกษา ความเคลื่อนไหวที่กำลังเป็นกระแสสังคม

“โลกโซเชียล” คืออะไร
“สื่อ” คือ ช่องทางการสื่อสาร สื่อในสมัยก่อนมักเป็นสื่อช่องทางเดียว เช่น วิทยุ โทรทัศน์ แต่ปัจจุบันมีช่องทางเพิ่มขึ้น และมีความรวดเร็วมากขึ้น “โลกโซเซียล” คือ พื้นที่ที่มีสื่อหลาย ๆ ประเภท เช่น คลิป หนัง การ์ตูน อยู่บนโซเซียล แต่วัยรุ่นกับผู้ใหญ่อาจชอบสื่อที่ไม่เหมือนกัน โลกของคนแต่ละวัยจึงไม่เหมือนกัน และวัยรุ่นก็ใช้พื้นที่นี้ในการสื่อสารมากขึ้นด้วย

ปัญหาเกี่ยวกับ “ความเร็ว” ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี
“ความเร็วไม่ใช่ปัญหาของวัยรุ่น” แต่เป็นปัญหาของคนอีกยุคหนึ่งที่ยังเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี ซึ่งคนที่อายุ 30+ จะถือว่าเป็นผู้อพยพทางอินเทอร์เน็ต คือใช้สื่อเทคโนโลยีได้ แต่คนรุ่นใหม่ที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีต่าง ๆ จะคุ้นเคยหรือเคยชินกับสิ่งเหล่านี้ แต่คนที่เติบโตมาก่อนหน้านี้หรือคนบางกลุ่มอาจไม่คุ้นเคยกับโลกโซเซียล ซึ่งทำให้มุมของผู้ใหญ่ต่อความเร็วในการเข้าถึงเทคโนโลยีมีความต่างกัน ข้อดีจากการใช้สื่ออินเทอร์เนตคือสะดวกในการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้และการรับฟีคแบ็คย้อนกลับ ส่วนข้อเสียจากความเร็วในการสื่อสารทางช่องทางนี้ก็มีบ้าง เช่น กรณีเหยียดผิวจากโฆษณาโลชั่น ที่ทำให้สังคมได้เรียนรู้อย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้ใช้ช่องทางการรับข้อมูลข่าวสารแบบนี้ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนเผยแพร่สื่อต่อ ๆ กันไป และสื่อในโลกโซเซียลบางชนิดก็เป็นไวรัลที่แพร่ไปอย่างรวดเร็วซึ่งอาจเป็นข้อมูลที่ผิด

การรับสื่อต้องมีทักษะอะไร
ข้อมูลพื้นฐานที่มีอยู่ของตัวบุคคลจะเป็นตัวกลั่นกรองชั้นแรก แต่บางเรื่องเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งอาจถูกและผิดหรือเป็นความรู้ใหม่ที่ตรวจสอบไม่ได้ ก็ต้องระมัดระวังและพร้อมที่จะตรวจสอบความคิดความเชื่อของตนเอง หรือบางเรื่องเป็นเรื่องทัศนคติ เช่น เรื่องเพศที่มากับสื่อจะส่งผลต่อการตัดสินหรือมีมุมมองที่ผิด อย่างกรณีการดูสื่อโป๊ของเด็ก ดังนั้นการมีทักษะการตั้งคำถาม ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ หรือถกกับคนอื่น ของคนรับสื่อเป็นเรื่องสำคัญ

การปิดกั้นการรับสื่อของคนรุ่นใหม่
สิ่งใดจะดี/ไม่ดีอยู่ที่มุมมองของตัวเรา ขึ้นอยู่กับความคิด การรับฟังเป็นสิ่งจำเป็นและต้องวิพากษ์หรือถกกันได้ ซึ่งทำให้หลายเรื่องข้อเท็จจริงก็เปลี่ยนไป ในฐานะคนรับสื่อย่อมต้องพิจารณาว่าสิ่งใดดีหรือไม่ดีกับตัวเองก่อน ผลกระทบของการปิดกั้นคือ การระงับความคิดสร้างสรรค์ เมื่อมีการปิดกั้นก็จะมีการหาช่องทางสื่อสารอีกแบบหนึ่งอยู่เสมอ เช่น การจัดเรตสื่อ และสื่อหลายชิ้นที่เป็นเรต “ฉ” ก็มีทั้งหมดเรื่องรุนแรง การละเมิดสิทธิ จึงเป็นความย้อนแย้งในสื่อที่รัฐอนุมัติหรือส่งเสริมเผยแพร่ บทบาทของผู้ใหญ่ควรเป็นการดูแลความปลอดภัยทางกาย เช่น การจ้องหน้าจอนาน ๆ ก็จะเป็นอันตรายจากดวงตา ผู้ใหญ่ก็ควรช่วยเตือน

พฤติกรรมเด็กรุ่นใหม่ที่ผู้ใหญ่รับไม่ได้
งานวิจัยต่าง ๆ มักหยิบพฤติกรรมบางอย่างของวัยรุ่นมาวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ และเด็กที่โตมากับยุคดิจิตอลก็อาจขาดมารยาททางสังคมบางอย่าง เช่น การขออนุญาต

การเลี้ยงดูที่มีผลกับความคิดวิพากษ์ คิดเป็น
การให้อิสระแต่ไม่ใช่เสรีในทุกเรื่อง เพื่อให้เด็กได้เลือกและตัดสินใจด้วยตนเองบ้าง ซึ่งบางเรื่องผู้ใหญ่อาจไม่รับรู้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองว่าจะมองเป็นบวกหรือลบ ในบ้านควรมีบรรยากาศที่สามารถถกเถียงกันได้ ไม่มีการใช้วัยวุฒิในการตัดสินปัญหาหรือใช้ความกลัวในการเลี้ยงดู ทำให้รู้สึกว่าตั้งคำถามได้และมีโอกาสตัดสินใจร่วมกัน การฝึกให้มีการถกกันในประเด็นที่มีความละเอียดอ่อน หรือสามารถตัดสินว่าดี-ชั่ว เช่น ประเด็นทางจริยธรรม ศาสนา ก็เป็นการฝึกกระบวนการคิด

เด็กแต่ละคนแตกต่างกัน เมื่อเด็กต้องการความช่วยเหลือก็ต้องสามารถบอกได้ และได้รับการช่วยเหลือหรือมีทางออกให้ โดยให้โอกาสเด็กในการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กจะทำให้เด็กกล้าถาม ผู้ใหญ่ต้องยอมรับความเป็นตัวเองของเด็ก แม้ทัศนคติของผู้ใหญ่กับเด็กจะต่างกัน แต่การสนทนาหรือถกเถียงจะเป็นโอกาสทำความเข้าใจในมุมมองของลูก เหตุผล การรับรู้ ผู้ใหญ่ไม่ควรเริ่มจากการตัดสินทันทีหรือตัดสินล่วงหน้าไปว่า ดี/ไม่ดี การซักถามพูดคุยจะเป็นโอกาสของการแบ่งปันข้อมูล และสร้างสรรค์ ไม่ใช่การโต้เถียงหรือโน้มน้าว

หมายเหตุ : จากงานประชุมวิชาการเพื่อคนทำงานกับพ่อแม่และผู้ดูแลเด็ก/วัยรุ่น ในหัวข้อ เด็กรุ่นใหม่ อะไรของมัน โดย คุณเปรมปภัทร ผลิตผลการพิมพ์ และคุณวิภาพรรณ วงษ์สว่าง