ตัวแทนหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคประชาชน ที่เกี่ยวข้องในการทำงานกับพ่อแม่ของวัยรุ่นในชุมชน ได้สะท้อนถึงบทบาท และประสบการณ์การทำงานในชุมชน ดังนี้

คุณธัญญาภรณ์ คุณสมบัติ ดูบูโลซ์ สสจ.ลพบุรี ภาคสาธารณสุข : ทำหน้าที่สะท้อนข้อมูลด้านสาธารณสุขของเยาวชนไปยังชุมชน บริบทในพื้นที่คือ เด็กในชุมชนไม่ได้อยู่กับพ่อแม่แต่อยู่กับเพื่อน ญาติ ปู่ย่าตายาย เมื่อมีการสำรวจข้อมูลในหมู่บ้าน แล้วลำดับปัญหาพบว่า มีวัยรุ่นตั้งครรภ์และไม่เรียนต่อ จึงวิเคราะห์วิถีชีวิตในชุมชนพบว่าไม่มีผู้ใหญ่ดูแล วัยรุ่นจึงติดเพื่อน หรือรวมกลุ่มกับเพื่อน ในส่วนของหน่วยงานก็มีเครื่องมือทำงานจากหลายหน่วยงานแต่ไม่มีการนำลงไปใช้ จึงมีการส่งเสียงถึงระดับผู้ว่าฯ ผ่านกลไกสมัชชาสุขภาพจังหวัด ที่มีหน้าที่จัดทำแผนงานเพื่อจัดสรรงบประมาณในการดูแลและหนุนเสริมให้เยาวชนเข้ามาร่วมทำงานกับกลุ่มผู้ใหญ่ ในกระบวนการทำงานพบว่า ยังมีทัศนคติในการมองเด็กว่าเป็นปัญหา เป็นเชิงลบ จึงต้องมีการทำงานกับผู้ใหญ่โดยใช้หลักสูตรพ่อแม่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏจัดทำ MOU กับโรงเรียนว่า ต้องมีกิจกรรมอบรมพ่อแม่กับกลุ่มเยาวชน รวมทั้งใช้กลไกการทำงานของสาธารณสุขคือ คณะทำงานอำเภออนามัยเจริญพันธุ์ เพื่อเป็นกลไกการทำงานในพื้นที่ร่วม พัฒนาเครื่องมือการทำงานเพื่อพัฒนาศักยภาพกลุ่มเยาวชน เป็นการรวมกลุ่มและเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ ข้อเสียของภาครัฐ/ราชการคือทำงานตามนโยบาย ส่วนความท้าทายคือการสร้างความยั่งยืนในชุมชน ต้องทำให้คนในพื้นที่เห็นและทำงานต่อเนื่องแม้จะไม่มีงบหรือนโยบายมาสนับสนุน และการลดช่องว่างในวิถีชีวิตของผู้ใหญ่กับเด็กให้น้อยที่สุด

คุณวีระพล ทองเต็ม ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ ศรีสะเกษ ภาคประชาชน : บทบาทของกลุ่มคือทำงานหนุนเสริมในพื้นที่ทำกิจกรรมโดยตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นชาวบ้าน และพบว่าการทำงานเรื่องเพศเรื่องเอดส์เป็นเรื่องยาก และเครือข่ายฯ ไม่ใช่องค์กรสาธารณสุขโดยตรง แต่มีความตั้งใจทำงานในชุมชน แรงบันดาลใจการทำงานเกิดจากการได้เป็นวิทยากรอบรมพ่อแม่ และส่วนตัวมีลูกสาว ได้นำสิ่งที่ได้เรียนรู้เรื่องการพูดคุยเชิงบวกกับลูกจากหลักสูตรโดยนำเทคนิคไปใช้แล้วได้ผล การทำงานที่ผ่านมาต้องเรียนรู้ และรู้จักภาคีเครือข่ายในพื้นที่ กระทั่งปัจจุบันได้รับรางวัลจากการทำงาน มีหน่วยงานสนับสนุน แต่การทำงานเรื่องเพศยังต้องทำต่ออีกนาน

คุณพินิจ ศรีจันทร์ อบต.พงศ์ประศาสน์ ประจวบคีรีขันธ์ ภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : การพัฒนาเยาวชนเป็นการสร้างต้นทุนมนุษย์ ทรัพยากรมนุษย์ในชุมชน โดยการสร้างภาคีเครือข่ายในการทำงาน เป็นการทำงานเชิงรุก โดยผ่านกลไกสภาผู้นำ ที่มีตัวแทนเด็ก/เยาวชน สตรี ผู้พิการ สูงอายุ และกลุ่มองค์กรชุมชน มาร่วมเป็นสมาชิกสภา เพื่อรับฟังปัญหาที่สะท้อนจากชุมชน โดยมีเวทีสัญจร และระดมความคิดเห็นเพื่อแก้ไขปัญหา และพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเด็กแต่อยู่ที่พ่อแม่เลี้ยงลูกไม่เป็น และพัฒนาชุดกิจกรรมเพื่อให้พ่อแม่กับลูกทำร่วมกันในชุมชน เช่น ปลูกต้นไม้ ปั่นจักรยาน การรณรงค์คัดแยกขยะ ปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นมีการนำเสนอข้อมูลกับพ่อแม่ และปรึกษาผ่านสภาผู้นำ การทำงานในชุมชนต้อง “เขย่าความคิด” เพราะคนในชุมชนมีทั้งคนที่พร้อมทำตาม คนที่ต้องดูแนวร่วมส่วนใหญ่ และคนที่ต่อต้าน ต้องค้นหาคนที่มีจิตอาสาที่พร้อมทำตาม และไม่ขาดการมีส่วนร่วมของเยาวชน รวมทั้งการสะท้อนความรู้สึกระหว่างพ่อแม่และลูกในการทำกิจกรรมทุกครั้ง การขับเคลื่อนงานจึงต้องค้นหาต้นทุนด้านวัฒนธรรมประเพณีมาเป็นกลไกการขับเคลื่อนการทำงานร่วมด้วย

ผอ.อิทธิพัทธ์ ธีระวรรณสาร ร.ร.มหภาพกระจาดทองอุปถัมภ์ ภาคสถานศึกษา : อยู่ในชุมชนที่เยาวชนมีปัญหา เป็นโรงเรียนที่เปิดรับนักเรียนที่ไม่มีที่เรียน หลังจบขั้นพื้นฐานแล้ว ในชุมชนต้องมีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเด็ก ไม่มีเด็กคนไหนตั้งใจเกิดมาเป็นคนเลว เด็กกำหนดเองไม่ได้ แต่สภาพแวดล้อมและผู้ใหญ่ที่ทำให้เด็กเป็น ช่วงวัยรุ่นมีปัจจัยดึงดูดมาก เช่น เพื่อน การดูแลเด็กในโรงเรียนต้องเลิกคุยถึงตัวปัญหาแต่เริ่มคุยว่าอนาคตอยากเป็นอะไร และกระตุ้นให้เปลี่ยนทีละเล็กละน้อย โดยชวนให้กำหนดเป้าหมาย/Goal ของตัวเอง, Activity การทำกิจกรรม, Management การบริหาร, Effort ความพยายาม หรือเรียกว่าหลักการ GAME และต้องทำความเข้าใจกับพ่อแม่ผู้ปกครองทุกเดือน โดยคุยหาความร่วมมือในวิธีการดูแลลูก และครูที่อยู่ในโรงเรียนให้เข้าใจหัวใจสำคัญของการทำงานกับเด็ก คือ 1.การฟัง มีพื้นที่การฟัง 2.การสื่อสารเชิงบวก 3.วิธีคิด การเปลี่ยนวิธีคิด 4.การทบทวนตัวเอง ดังนั้น “การจะเปลี่ยนเด็กได้ ผู้ปกครองต้องเปลี่ยน” เปลี่ยนวิธีคิด การจัดการกับแรงต้านต้องไม่ใช้อารมณ์ ไม่กังวลกับแรงต้าน แต่ยึดเป้าหมาย

หมายเหตุ : จากเวทีการประชุมวิชาการเพื่อคนทำงานกับพ่อแม่และผู้ดูแลเด็ก/วัยรุ่น ในหัวข้อ สปอร : 4 เสาหลักเพื่อชีวิตเด็ก