การขับเคลื่อนการทำงานเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น มิอาจดำเนินการได้เพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง การอาศัยความมีส่วนร่วมจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทุกฝ่ายรับรู้บทบาทตนเองในการขับเคลื่อนงานดังกล่าวจ.พะเยาโดยมูลนิธิพะเยาเพื่อการพัฒนา จึงสร้างกลไกการขับเคลื่อนเล็ก ๆ ในชุมชนผ่านกลุ่ม                 “คณะกรรมการตำบล” และ “ทีมหนุนเสริมตำบล หรือแกนนำตำบล”

13โดยคณะกรรมการตำบลจะทำหน้าที่เชื่อม     เครือข่ายเป็นกลไกที่จะขับเคลื่อนการทำงานในพื้นที่ซึ่งโครงสร้างจะประกอบไปด้วยผู้ที่มีบทบาทในตำบล เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน สมาชิกสภาเทศบาล สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล สมาชิกจากกลุ่มสตรี กลุ่มเกษตร ฯลฯ ซึ่งมูลนิธิพะเยาฯ คัดเลือกโดยพิจารณาจากบุคคลที่เข้ามามีส่วนร่วมในการประชุมของชุมชนอย่างสม่ำเสมอ และร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ

เมื่อได้ตัวบุคคลที่เข้ามาเป็นคณะกรรมการตำบลแล้ว จะมีการพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ เพื่อเพิ่มเติมความรู้ ทัศนคติ ในการทำงานกับเยาวชนและครอบครัว ความรู้เรื่องเอชไอวี ฯลฯ จากนั้นเมื่อเห็นว่าคณะกรรมการตำบลคนใดมีทักษะในการชวนคุยเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้สามารถให้ความรู้ในเรื่องต่าง ๆ แก่ชาวบ้านได้ และเป็นตัวแทนในการประสานงานภายในตำบลหรือชุมชนที่ตนอาศัยอยู่ได้ ก็จะถูกทาบทามเข้ามาเป็นทีมหนุนเสริมตำบล หรือแกนนำตำบลต่อไป ปัจจุบันมีตำบลที่นำร่องขับเคลื่อนด้วยแกนนำตำบลอยู่ 4 แห่ง คือ แม่สุก     บ้านต๊ำ สันป่าม่วง และแม่กา

11การดำเนินงานของแกนนำตำบลจะเริ่มต้นตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหาในชุมชน วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย วางแผนการทำงาน เชื่อมการทำงานกับชุมชนอื่น ๆ และหาแหล่งทุนในการทำงานด้วยตัวเอง ซึ่งการดำเนินงานในเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พื้นที่มุ่งเน้นไปที่ภารกิจที่ 2 ซึ่งสนับสนุนให้พ่อแม่มีทักษะในการพูดคุยกับลูกอย่างเปิดใจเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ และเพศสัมพันธ์ โดยแกนนำตำบลจะถูกพัฒนาให้มีทักษะในการถ่ายทอดความรู้เรื่องเพศวิถีศึกษา รวมถึงมีการปรับทัศนคติและสร้างความเข้าใจเรื่องเพศวิถีของวัยรุ่น หลังจากนั้นมูลนิธิพะเยาฯจะเป็นพี่เลี้ยงคอยหนุนเสริมให้แกนนำตำบลกลับไปจัดกระบวนการโรงเรียนครอบครัวในตำบลตนเองซึ่งโรงเรียนครอบครัวจะเป็นการอบรมเพื่อช่วยพัฒนาทักษะในการสื่อสารให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกหลานวัยรุ่น เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจในเรื่องเพศและสามารถพูดคุยกับลูกหลานในบ้านได้อย่างสะดวกใจ

58ทั้งนี้เทคนิคหรือวิธีการที่มูลนิธิพะเยาฯ ใช้ในการสร้างแกนนำตำบลคือ การดำเนินการผ่านกระบวนการ AAR (After Action Review) และ AARR (After Action Review Reflect) ที่ชวนแกนนำทบทวนกระบวนการทำงานที่เกิดขึ้นหลังจากได้ลงไปปฏิบัติจริงที่นอกจากเป็นการเรียนรู้กระบวนการในการทำงานแล้ว ยังสามารถวัดผลความสำเร็จหรือจุดบกพร่องที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปพัฒนาการทำงานในครั้งต่อ ๆ ไป นอกจากนี้มูลนิธิพะเยาฯ ยังหนุนเสริมให้แกนนำในพื้นที่ค้นหาแหล่งทุน เขียนโครงการเสนอไปยังแหล่งทุนต่าง ๆ เพื่อขอรับงบประมาณมาขับเคลื่อนงานในพื้นที่ให้คงอยู่อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

การดำเนินงานที่มูลนิธิพะเยาฯ แผ้วถางทางไว้ให้แกนนำตำบล ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้คนในชุมชนลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวหรือขับเคลื่อนการทำงานในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง ที่ขณะนี้การทำงานยังขึ้นอยู่กับงบประมาณจากโครงการต่าง ๆ ที่ลงไปสนับสนุนให้เกิดการทำงานในพื้นที่ แต่สิ่งที่ยังเป็นประเด็นท้าทายคือหากโครงการจบลงแกนนำตำบลจะสามารถดำเนินงานต่อได้ด้วยตัวเองหรือไม่ อย่างไร ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่คนทำงานด้านการขับเคลื่อนงานชุมชนต้องคิดต่อไปเพื่อให้ชุมชนสามารถขับเคลื่อนงานด้วยตัวเองในวันที่ไม่มีโครงการหรือองค์กรสนับสนุนจากภายนอกแล้ว

3