หลังเวลาเรียน วัยรุ่นในชุมชนของเราไปอยู่กันที่ไหน? แล้วพวกเขาชอบทำกิจกรรมอะไรกัน? และในชุมชนมีพื้นที่ให้วัยรุ่นได้ออกมาทำกิจกรรมร่วมกันหรือไม่? หากยังไม่สามารถตอบคำถามข้างต้นได้ เรามาลองดูตัวอย่างการทำกิจกรรมสร้างสรรค์กับเยาวชนของ จ.เลย ที่ใช้เวลาทองหลังเลิกเรียนเป็นช่วงเวลาในการกิจกรรมกับวัยรุ่น

คณะทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จ.เลย ได้แนวคิดการทำ “บ้านหลังโรงเรียน” มาจากโครงการ Child Watch ของสถาบันรามจิตติ ที่ทำการสำรวจสภาวการณ์ของเด็กและเยาวชน ในปี พ.ศ. 2547 – 2550 และมีกิจกรรมในการดูแลเด็กหลังเลิกเรียน ซึ่งปัจจุบันกิจกรรมดังกล่าวยังดำเนินการอยู่ในแต่ละอำเภอ เช่น ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต ห้องสมุดเพื่อการค้นคว้าและใช้งานอินเทอร์เน็ตในราคาประหยัด การฝึกอาชีพให้กับนักศึกษา กศน. ฯลฯ ซึ่งพบว่ามีข้อจำกัดเรื่องการขยายพื้นที่และงบประมาณ เมื่อมีการทำงานเรื่องการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นขึ้นใน จ.เลย คณะทำงานฯ จึงสานต่อโครงการดังกล่าว โดยพยายามค้นหากิจกรรมใหม่ ๆ และขยายพื้นที่ในการเข้าถึงวัยรุ่น
LINE_P2016420_120049

คุณจุรีรัตน์ ประวาลลัญฉกร ผู้ประสานงานโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จ.เลย กล่าวว่า การทำงานในเรื่องนี้ขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะทำงานอำเภออนามัยเจริญพันธุ์ ซึ่งคณะทำงานฯ เล็งเห็นว่าแนวคิดบ้านหลังโรงเรียนเป็นแนวคิดที่ดี จึงนำขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง โดยดำเนินการในพื้นที่เป้าหมายของโครงการการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ใช้กลยุทธ์ในการทำงานโดยนำไปผนวกกับโรงเรียน ที่ขณะนี้มีนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ตัวอย่างเช่น โรงเรียนปากชม ที่มีการแทรกกิจกรรมต่าง ๆ ที่เด็กสนใจ อาทิ เย็บปักถักร้อย การทำหนังสือเล่มเล็ก การให้ความรู้เรื่องเพศวิถีศึกษา โดยแต่ละโรงเรียนจะมีครูผู้จัดกระบวนการเรียนรู้เรื่องเพศวิถีศึกษาที่โครงการฯ ได้จัดอบรมเพิ่มทักษะให้ครูสามารถจัดกระบวนการต่อในโรงเรียน รวมถึงมีการทำงานร่วมกับแกนนำเยาวชน เพื่อให้แกนนำเยาวชนกลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ กับเพื่อนในโรงเรียนหรือในชุมชนต่อไป

วิธีสนับสนุนการทำงานในพื้นที่ของแกนนำเยาวชน คณะทำงานฯ จะเป็นเสมือนพี่เลี้ยงที่เริ่มต้นจุดไฟโดยมีงบประมาณเล็กน้อยสนับสนุนเยาวชนให้เริ่มทำโครงการ ซึ่งพบว่าเยาวชนมีศักยภาพที่จะต่อยอดการทำกิจกรรมโดยสามารถสรรหางบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติมจากแหล่งทุนในพื้นที่ตัวเอง คณะทำงานฯ ยังสนับสนุนสื่อในการทำกิจกรรม และเป็นวิทยากรพี่เลี้ยงที่ช่วยหนุนเสริมในการทำกิจกรรมกับเยาวชนในพื้นที่ และเยี่ยมเยียนเพื่อพูดคุยกับแกนนำถึงปัญหาหรืออุปสรรคในการทำงาน รวมถึงช่วยเพิ่มพลังใจในการทำงานให้กับเยาวชนเป็นระยะ ๆ โดยดำเนินการวิธีเดียวกันนี้กับครูผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ในโรงเรียนเช่นกัน นอกจากนี้คณะทำงานฯ ยังเชื่อมเครือข่ายกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ คือ แกนนำสภาเด็กอำเภอ เพื่อให้เด็กทั้งสองกลุ่มได้รู้จักและลองเริ่มต้นทำงานร่วมกัน

ผลลัพธ์ในการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องกับเยาวชน ที่คณะทำงานฯ รู้สึกภาคภูมิใจคือ เยาวชนในพื้นที่กล้าคิด จังหวัดเองมีพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงพลังในการทำงาน อีกทั้งตัวชี้วัดที่สำคัญคืออัตราการคลอดของวัยรุ่นในจังหวัดมีจำนวนลดลงอย่างชัดเจน และมีรูปแบบการเชื่อมการทำงานกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ไม่ต่างคนต่างทำ แต่ร่วมแรงร่วมใจที่จะขับเคลื่อนการทำงานไปด้วยกัน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างหางบประมาณในการทำงานด้วยตัวเอง ซึ่งคุณจุรีรัตน์มองว่า ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้นั้นสิ่งสำคัญคือคณะทำงานฯ ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนงานจะต้องคอยหนุนเสริม มีการสื่อสารอย่างต่อเนื่องทั้งกับแกนนำเยาวชนและคณะกรรมการของโครงการฯ ในแต่ละพื้นที่
15

ปัจจัยความสำเร็จของการทำกิจกรรมบ้านหลังโรงเรียนและการสร้างแกนนำเยาวชน ผู้ที่ถือว่าเป็นบุคคลหลักที่มีความสำคัญคือครูในโรงเรียน ที่ต้องสนับสนุนให้เยาวชนออกมาทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ โดยคณะทำงานฯ ต้องเลือกสรรครูที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจทำงานกับเด็กจริง ๆ เพื่อเป็นพี่เลี้ยงคอยหนุนเสริมเด็กในระหว่างทำกิจกรรม แม้จะมีการเปลี่ยนผ่านเยาวชนจากรุ่นสู่รุ่น แต่การส่งผ่านกิจกรรมดังกล่าวจะยังคงอยู่หากยังมีครูพี่เลี้ยงอยู่ในโรงเรียน นอกจากนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้มีเวทีในการทำงานจริง โดยคณะทำงานฯ ต้องแสดงบทบาทในการเป็นพี่เลี้ยงที่คอยกระตุ้น ไตร่ถาม ชวนคิด ชวนคุย เป็นพี่เลี้ยงที่คอยเสริมแรง ปัจจัยอีกตัวหนึ่งที่อาจถือเป็นกลไกที่ทำให้การทำงานดำเนินไปด้วยดีคือการขับเคลื่อนผ่านคณะกรรมการอำเภออนามัยเจริญพันธุ์ ซึ่งนายอำเภอเป็นแกนหลัก และมีผู้เกี่ยวข้องในท้องถิ่นที่หนุนเสริมการทำงานในด้านต่าง ๆ สามารถดึงครอบครัวและชุมชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม มีสถานศึกษา และสาธารณสุขที่ขับเคลื่อนในขอบเขตที่ตนเองเกี่ยวข้อง

การทำงานเพื่อสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ของ จ.เลย โดยนำแนวคิดบ้านหลังโรงเรียนมาต่อยอดให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งสามารถสร้างแกนนำเยาวชนที่พร้อมจะสร้างสรรค์กิจกรรมดี ๆ ให้กับเพื่อน ๆ วัยเดียวกัน แนวทางดังกล่าวอาจเป็นการจุดประกายในการทำงานเยาวชนที่จังหวัดอื่น ๆ สามารถนำไปปรับใช้ หรือนำแง่มุมการทำงานไปออกแบบกิจกรรมสร้างสรรค์ในพื้นที่ตนเอง

“นิยามของบ้านหลังเรียน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นบ้าน บ้านในความหมายของเราเป็นแหล่งที่ให้เด็กได้เรียนรู้ที่นอกเหนือจากในวิชาเรียนที่เขาเรียนอยู่แล้ว”

 12 1116