การริเริ่มทำอะไรบางอย่าง หากเป็นเรื่องที่ใหม่ หรือเป็นงานที่ซับซ้อน บางครั้งก็ทำให้เราจับต้นชนปลายไม่ถูก หรือไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มทำอะไรก่อน-หลัง การทำงานเรื่องท้องวัยรุ่นก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นประเด็นที่ซับซ้อนเกี่ยวข้องกับการทำงานของคนหลายกลุ่ม หลายองค์กร ที่ต้องทำงานขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กัน ตัวอย่างหรือแนวทางในการทำงานจากพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จ อาจเป็นเครื่องมือที่จะช่วยย่นระยะการทำงานให้สั้นลงและง่ายขึ้น

จังหวัดอุดรธานี หนึ่งในพื้นที่ที่เผชิญปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่มีอัตราสูง โดยอัตราการคลอดบุตรในปี 2557 อยู่ที่ 50.1 ต่อประชากรพันคน ซึ่งหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมิได้นิ่งนอนใจ ต่างหาแนวทางการทำงานที่จะขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กัน โดยที่ไม่ต่างคนต่างทำ หรือทำงานทับซ้อน แต่แบ่งบทบาทหน้าที่กันอย่างชัดเจนของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ประสบการณ์ดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านการอภิปรายเรื่อง “เสริมแรง สร้างทีมกับประสบการณ์ที่สำคัญในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น” โดยทีมคณะทำงานจาก จ.อุดรธานี จาก 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี (สสจ.) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี (พมจ.) มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และโรงเรียนพิบูลย์รักษ์พิทยา ที่อาจเรียกการทำงานได้สั้น ๆ ว่า “อุดรโมเดล”

นางเพ็ญศิริ ศรีจันทร์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ สสจ.อุดรธานี ที่เป็นเสมือนผู้ขับเคลื่อนหลักของจังหวัด กล่าวว่า การทำงานให้เกิดกลไกขับเคลื่อนในพื้นที่ จะต้องมีคนที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นเจ้าภาพหลัก กระบวนการทำงานของ จ.อุดรธานี เน้นการสร้างสัมพันธภาพและให้เกียรติคนทำงาน โดยให้เขาเข้ามามีบทบาท รับรู้และเล่นให้ถูกบทบาท และขับเคลื่อนจากระดับตำบลและอำเภอ การพัฒนาให้ภาคส่วนนี้เข้มแข็ง เพื่อให้เขาลุกขึ้นมาทำงานได้เอง โดยที่หน่วยงานของรัฐทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างยั่งยืน พร้อมกับสร้างวิทยากรหลักในงานแต่ละยุทธศาสตร์ เช่น งานพ่อแม่ งานเยาวชน งานเพศวิถีศึกษา ฯลฯ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงาน

น.ส. พรภัทรา จำเริญ รองผู้อำนวยการสำนักศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ผู้ขับเคลื่อนหลักในยุทธศาสตร์การเสริมสร้างทักษะชีวิตและการเรียนรู้ด้านเพศศึกษาแก่วัยรุ่น กล่าวว่า ยุทธศาสตร์นี้ผู้เล่นที่มีความสำคัญคือ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งคนทำงานขับเคลื่อนท้องในวัยรุ่นจะต้องไปสื่อสารเพื่อทำความเข้าใจ ให้รับรู้ว่ามีกลุ่มคนทำงานขับเคลื่อนในเรื่องนี้อยู่ โดย จ.อุดรธานี มีการพัฒนาหลักสูตรผู้บริหารใจดีเพื่อสร้างความเข้าใจและทัศนคติให้ผู้บริหารเห็นความสำคัญของการจัดการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษา โดยเราจะต้องเตรียมทีมให้กับผู้บริหารด้วยในการทำงาน เช่น สร้างครูเพศศึกษาในโรงเรียนให้เป็นคนขับเคลื่อนงาน นอกจากนี้บุคคลหรือหน่วยงานที่มีสำคัญไม่แพ้กันคือ ผู้อำนวยการระดับสาธารณสุขอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่คนทำงานจะต้องเชื่อมเครือข่ายให้เกิดขึ้น โดยพยายามผลักดันยุทธศาสตร์เรื่องนี้ผนวกไปกับภารกิจของเขา ที่นอกจากจะได้ภาคีเครือข่ายในการทำงานแล้ว ยังอาจได้งบประมาณมาสนับสนุนการทำงานอีกด้วย

นายสมหมาย สำราญบำรุง ครูเชี่ยวชาญ โรงเรียนพิบูลย์รักษ์พิทยา คณะทำงานท้องวัยรุ่น จ.อุดรธานี รับผิดชอบในการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเยาวชน กล่าวถึงกระบวนการทำงานว่า เมื่อได้รับมอบหมายให้พัฒนาทีมกระบวนกรในเรื่องนี้ ได้มองจากเด็กใกล้ตัวในโรงเรียนของตน โดยจัดอบรมให้กับเด็ก พัฒนาทีมงานโดยทำเป็นชมรม “เห็ดขอนขาว” ขึ้นในโรงเรียน จนกระทั่งกลุ่มเด็กมีความเข้มแข็งสามารถขยายการทำงานไปสู่อำเภอและจังหวัด โดยการออกไปสร้างพื้นที่การเรียนรู้ในเรื่องเพศและท้องวัยรุ่นให้กับเพื่อนต่างโรงเรียน

อีกหนึ่งผู้เล่นหลักที่เป็นส่วนผสมสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานท้องวัยรุ่น นางมนัสนันท์ ประดิษฐ์ด้วง นักพัฒนาสังคมชำนาญการ พมจ.อุดรธานี กล่าวถึงการทำงานว่า พมจ. ขับเคลื่อนทำงานผ่านสภาเด็กและเยาวชน จ.อุดรธานี โดยทำให้สภาเด็กฯ เข้มแข็งเพื่อให้เขาสามารถลุกขึ้นมาทำงานเพื่อท้องถิ่นตัวเอง ที่ผ่านมา พมจ. ทำงานเพียงลำพัง แต่เมื่อมีเครือข่ายคนทำงานท้องวัยรุ่นการทำงานในเรื่องต่าง ๆ ก็เป็นไปด้วยความราบรื่น เช่น การเตรียมทีมวิทยากรให้สภาเด็ก ก็ได้ความร่วมมือจากทีมกระบวนกรของโรงเรียนพิบูลย์รักษ์พิทยา นอกจากนี้ พมจ. ไม่ทำงานแยกส่วนแยกฝ่าย แต่จะทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน หากมีงานที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายอื่น ๆ ก็จะมีการชักชวนให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเข้ามาร่วมรับรู้ภารกิจด้วยกัน

ประสบการณ์การทำงานเรื่องท้องวัยรุ่นของ จ.อุดรธานี ดำเนินไปได้ด้วยดีโดยความร่วมมือจากภาคีหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเชื่อได้ว่าก่อนที่จะก้าวมาถึงวันนี้ จ.อุดรธานี ได้สั่งสมประสบการณ์ในการทำงานในประเด็นที่หลากหลาย เช่น การทำงานเรื่องเพศวิถีศึกษาของโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ การทำงานผ่านคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์จังหวัด ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการทำงานที่ต้องเชื่อมเครือข่ายการทำงานทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นต้นทุนที่ทำให้การขับเคลื่อนเรื่องท้องวัยรุ่นอาจไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสามารถของคณะทำงานจังหวัด

ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจังหวัดอื่นที่ไม่มีต้นทุนการทำงานเหมือน จ.อุดรธานี จะไม่สามารถทำงานเรื่องท้องในวัยรุ่นได้ เพียงเริ่มต้นที่จะขับเคลื่อนการทำงานด้วยการไม่ต่างคนต่างทำ แต่รวบรวมเครือข่ายคนทำงานที่เกี่ยวข้องให้มารับรู้และเข้าใจยุทธศาสตร์ และเป้าหมายเดียวกัน โดยที่ต่างฝ่ายต่างทำในบทบาทหน้าที่ที่ตนมีอย่างแข็งขัน การทำงานแบบ “อุดรโมเดล” อาจเป็นเพียงตัวอย่างการทำงานในพื้นที่แบบหนึ่ง ซึ่งทุกจังหวัดสามารถที่จะออกแบบโมเดลการทำงานที่เหมาะสมกับพื้นที่ของตัวเองได้ มาร่วมกันสร้าง “โมเดล” ในพื้นที่ของเราเพื่อลดการตั้งท้องในวัยรุ่นกันดีเถอะ