เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยกำลังประสบปัญหาการเพิ่มขึ้นของจำนวนวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ ซึ่งกรมอนามัยทำการเก็บข้อมูลในปี 2555 พบจำนวนหญิงคลอดอายุต่ำกว่า 20 ปี อยู่ที่ 133,176 ราย ในจำนวนดังกล่าวเป็นหญิงคลอดที่อายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 3,725 ราย และยังพบการตั้งครรภ์ซ้ำและคลอดในหญิงที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ถึง 15,443 ราย สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดการทำงานในหลายภาคส่วนของสังคมเพื่อลดจำนวนวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ลง งานเขียนชิ้นนี้จึงเป็นเหมือนบันทึกที่แสดงให้เห็นขั้นตอนหรือกระบวนการที่ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนอยู่ในขณะนี

 

อังกฤษ : ต้นแบบการลดการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

นายแพทย์วิวัฒน์ โรจนพิทยากร จากศูนย์นโยบายและการจัดการสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในงานประชุมวิชาการ “แม่วัยรุ่น : วาระแห่งชาติ” ที่จัดโดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีว่า ประเทศอังกฤษเคยประสบปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์จำนวนมาก และใช้เวลากว่า 10 ปีในการทำงาน โดยใช้แนวทางที่เรียกว่ากงล้อแห่งความสำเร็จ ที่ประกอบด้วย 9 ภารกิจในการขับเคลื่อน เมื่อเปรียบเทียบกับ 9 ภารกิจในโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัดที่ดำเนินงานโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่ามีความคล้ายคลึงกัน และเชื่อว่าหากไทยจะประสบความสำเร็จในการลดจำนวนวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ในอีก 10 ปีข้างหน้า ก็ต้องขับเคลื่อนด้วย 9 ภารกิจนี้ และต้องขับเคลื่อนในทุกภาคส่วนของสังคม

 

รัฐบาลทุกสมัยเห็นพ้องเป็นวาระแห่งชาติ

ประเทศไทยมีนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่นมาหลายรัฐบาล เริ่มตั้งแต่รัฐบาลสมัยนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ประกาศเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ สมัยรัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีการแถลงนโยบายการพัฒนาสุขภาพของประชาชนต่อสภา ซึ่งการเผยแพร่ให้ความรู้และดูแลป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์เป็นส่วนหนึ่งในนโยบายดังกล่าว และสมัยรัฐบาลนายกฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการแถลงนโยบายต่อสภาในเรื่องการประสานการทำงานระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดยมีคณะกรรมการระดับชาติ 3 คณะดูแล คือ คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ และคณะกรรมการพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ และมีนโยบายและยุทธศาสตร์การทำงานจากกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และมีมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ปี 2553 ที่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาสอดคล้องกับภารกิจ 9 ด้านในเรื่องกลไกการขับเคลื่อน แต่การดำเนินงานที่ผ่านมายังมีปัญหาและอุปสรรคทั้งในเรื่องกลไกการประสานงานระหว่างองค์กรที่เป็นเจ้าภาพหลัก ที่ขาดความจริงจังหรือกลวิธีที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหา อีกทั้งยังขาดบริการที่จำเป็นในการไขปัญหาอีกด้วย เช่น การยุติการตั้งครรภ์

 

ยุทธศาสตร์เดียว แผนเดียว เป้าหมายเดียว

ปัจจุบันการทำงานแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเริ่มมีความชัดเจน และมีการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมากขึ้น เช่น การดำเนินโครงการฯ ของ สสส. ที่สนับสนุนให้จังหวัดทำโครงการนำร่อง 3 ปีโดยดำเนินการตาม 9 ภารกิจ พร้อมยังจัดตั้งคณะกรรมการในส่วนกลาง 2 คณะเพื่อที่จะดำเนินงานในเรื่องนี้อีกด้วย ซึ่งหากนับตั้งแต่ต้นปี 2558 เป็นต้นมา ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นไปแล้วถึง 3 คณะ ประกอบด้วย 1. คณะกรรมการประสานยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 2. คณะกรรมการขับเคลื่อนการบูรณาการงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และ 3. คณะอนุกรรมการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดยมีการทำยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2558 – 2567 ที่มีการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันในการลดปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในระยะเวลา 10 ปี ซึ่งมี 6 ยุทธศาสตร์ในการทำงาน แต่ภายในยุทธศาสตร์ได้สอดแทรก 9 ภารกิจไว้ด้วย

 

ร่าง พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

สถานการณ์ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติในวาระ 2 และ 3 แล้ว ซึ่งเมื่อนำร่าง พ.ร.บ. เสนอลงพระปรมาภิไธยเพื่อใช้เป็นกฎหมาย ก็จะมีผลบังคับใช้ใน 120 วัน นับจากวันที่พิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา โดยเนื้อหาสำคัญของ พ.ร.บ. ฉบับนี้อยู่ที่การกำหนดสิทธิของวัยรุ่นที่จะรับรู้และรับบริการป้องกันแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ มีการกำหนดภารกิจขององค์กรหลัก ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงมหาดไทย ในการขับเคลื่อนงานร่วมกัน และมีกรรมการระดับชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนการดำเนินงานในทุกระดับ ซึ่งร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญของคนทำงานในประเด็นนี้อีกด้วย

ก้าวต่อไปของประเทศไทย เมื่อมองที่กลไกการขับเคลื่อน หรือยุทธศาสตร์ที่ใช้ในการทำงาน ที่มีลักษณะเป็นแบบยุทธศาสตร์เดียว แผนเดียว เป้าหมายเดียวกันของทุกกระทรวง นอกจากนั้นรัฐบาลยังให้ความสำคัญมีการขับเคลื่อนจนกระทั่งใกล้คลอดออกมาเป็นกฎหมาย บางจังหวัดยังได้งบประมาณสนับสนุนการทำงานจาก สสส. มีการดำเนินยุทธศาสตร์ถุงยางอนามัยแห่งชาติ ฯลฯ การเคลื่อนไหวแบบเป็นองค์รวมของทั้งประเทศ เหมือนเป็นการรับประกันการทำงานได้ระดับหนึ่งว่า หากทุกภาคส่วนในสังคมช่วยกันขับเคลื่อนตามภารกิจหน้าที่ที่ตนมีอย่างแข็งขัน การลดจำนวนการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นให้เหลือเพียงครึ่งหนึ่งในอีก 10 ปีข้างหน้า คงเป็นความสำเร็จที่ประเทศไทยจะก้าวไปถึง