ภาครัฐดึงความมีส่วนร่วมจากภาคเอกชน ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ถุงยางอนามัยแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์และสร้างทัศนคติที่ดีต่อถุงยาง

กรมควบคุมโรค โดยความร่วมมือกับกรมอนามัย กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดทำยุทธศาสตร์ถุงยางอนามัยแห่งชาติ (National Condom Strategy) พ.ศ. 2558 – 2562 เพื่อลดช่องว่างของการทำงานและส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัย โดยมีแนวทางในการทำงานคือ 1. “พกได้ มั่นใจ” ยอมรับและลดอคติ 2. “หาง่าย ใช้เป็น” เข้าถึงสะดวก ใช้ได้ถูกวิธี 3. “ทุกชิ้นมีคุณภาพ” ควบคุมการผลิตได้มาตรฐาน 4. “รัฐนำ ทุกฝ่ายหนุน” สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ถุงยางอนามัย และ 5. “เร่งรัด วัดผล” เร่งประเมินผลเพื่อมุ่งความสำเร็จ

การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ที่ผ่านมากรมควบคุมโรคได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเข้าถึงถุงยางอนามัย เช่น การสนับสนุนถุงยางอนามัยฟรี ปีละประมาณ 20 ล้านชิ้น การพัฒนาแนวทางเพื่อสร้างความยอมรับในภาพลักษณ์ของถุงยางอนามัย การร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อเพิ่มช่องทางการกระจายถุงยางอนามัย เป็นต้น และเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ 4 ที่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัยให้กับทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อสร้างทัศนคติที่มีต่อถุงยางอนามัยว่าเป็นอุปกรณ์สุขอนามัยที่ใช้ในการดำเนินชีวิตตามปกติ ช่วยส่งเสริมสุขอนามัยทางเพศที่ดี และป้องกันปัญหาด้านสุขภาพ เช่น ป้องกันการตั้งครรภ์ ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเอชไอวี ฯลฯ ภาครัฐจึงพยายามดึงความมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนในการร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตามแนวคิด “รัฐนำ ทุกฝ่ายหนุน”

โดยได้มีการแถลงข่าวการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ 4 ไปเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 ที่โรงแรมสุโกศล กรุงเทพฯ ซึ่งมีภาคเอกชนจากหลายหน่วยงานที่เข้าร่วมรับฟังแนวทางการเป็นภาคีในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าว การที่ภาครัฐจับมือกับภาคเอกชนในการทำงานยังถือเป็นการนำจุดเด่นในการทำงานของทั้งสองฝ่ายมาพัฒนากระบวนการขับเคลื่อนให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากภาครัฐมีข้อมูลและสถานการณ์ ส่วนภาคเอกชนมีช่องทาง และเทคนิคในการนำเสนอ หากนำมาผนวกรวมกันและสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย ก็คาดได้ว่าการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์จะประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี