งานเขียนชิ้นนี้มาจากเพจ “เลี้ยงลูกนอกบ้าน” โดยคุณหมอโอ๋ ที่บอกเล่าเรื่องราวของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ถูกบ่มเพาะด้วยระบบต่าง ๆ ในสังคม ที่ไม่ได้เอื้อให้เขาเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ซึ่งเราทุกคนอาจเป็นส่วนประกอบหนึ่งในนั้นที่ทำให้มันเกิดขึ้น

 

หมอมีเรื่องชีวิตของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่อยากเอามาเล่าให้ฟังค่ะ

อ๊อด เป็นวัยรุ่นชายอายุ 16 ปี

ยายเล่าว่า แม่ของอ๊อดเป็นเด็กวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม ตอนแรกแม่ของอ๊อดและยายตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ เพราะพ่อของอ๊อดก็ทิ้งไป และยายมีฐานะยากจน ไม่มีใครจะเลี้ยงดูได้ ไปปรึกษาหมอ หมอไม่ให้ยุติการตั้งครรภ์บอกว่ามันจะมีบาปติดตัว แม่จึงตั้งครรภ์ไปจนคลอด

ต่อมาแม่มีสามีใหม่ พ่อเลี้ยงของอ๊อดเป็นคนอารมณ์รุนแรง ทำร้ายร่างกายอ๊อดอยู่เป็นประจำ แม่กลัวสามีทำร้ายจึงไม่ได้ปกป้องลูก อ๊อดถูกทำทารุณจนชาวบ้านแจ้งตำรวจ อ๊อดจึงถูกส่งไปอยู่ที่สถานสงเคราะห์เด็กตั้งแต่อายุ 3 ปี ยายเล่าว่า เวลาไปเยี่ยม มักจะเห็นอ๊อดเกาะเตียงเอาศีรษะโขกเตียงเป็นประจำ

ต่อมามีคนมารับอ๊อดไปอยู่เป็นลูกบุญธรรมแต่อ๊อดก็ถูกลวนลามโดยพ่อบุญธรรม จึงต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวสงเคราะห์อีกบ้านหนึ่ง

อ๊อดมีปัญหา ซน อยู่ไม่นิ่ง ฉุนเฉียวง่าย เคยถูกพาไปพบแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นสมาธิสั้น แพทย์ให้ยามาทาน แต่พอเอายาไปทานที่โรงเรียนก็โดนเพื่อนล้อว่าเป็น “ไอ้โรคจิต”
ครูบอกว่าจะกินยาไปทำไมไม่ได้บ้า อ๊อดเลิกกินยาและไม่ยอมมาติดตามการรักษา

เวลาอ๊อดทำการบ้านไม่ได้ พ่อบุญธรรมใช้วิธีตี บางครั้งตบศีรษะ เตะ ดุด่า อ๊อดต่อต้าน และมีอารมณ์ก้าวร้าวรุนแรงขึ้น

อ๊อดเรียนไม่ดี อ่านหนังสือไม่ค่อยได้ ไม่ทำงานส่ง สุดท้ายถูกโรงเรียนไล่ออก จากการมีปัญหาชกต่อยกับเพื่อนและสูบบุหรี่
“เธอมันเหลือขอกว่าที่โรงเรียนเราจะรับไหว” คำพูดสุดท้ายของครูที่อ๊อดจำได้

อ๊อดได้กลับมาอยู่กับยายตอนอายุ 14 แต่ก็ไม่สนิทใจเพราะไม่เคยได้เลี้ยงดูกัน “เหมือนอยู่กับคนแปลกหน้า ยายน่าเบื่อ ด่าทั้งวัน ชอบพูดกับผมว่า รู้งี้ให้แม่มันเอาออกไปก็ดีแล้ว” ส่วนใหญ่อ๊อดเลยใช้เวลาไปกับการเล่นเกมส์ ไปเข้าแก๊งค์กับเพื่อนตอนเย็น

“ผมชอบเวลาอยู่กับเพื่อน มันรู้สึกดี ตัวผมมีความสำคัญกับเพื่อน มันถูกใครเล่นงานก็มาหาผม ผมก็ไปช่วยมัน”

อ๊อดเคยถูกดักทำร้ายโดนมีดฟันที่กลางหลัง ไปแจ้งความ คนร้ายถูกจับได้แต่ไม่เป็นผล จนสุดท้ายอ๊อดและเพื่อนดักใช้มีดฟันคู่อริเพื่อแก้แค้นจนเสียชีวิต

อ๊อดอาจไม่ได้เป็นตัวแทนเรื่องราวของเยาวชนที่กระทำผิดทุกคน

แต่หมอเอาเรื่องนี้มาเล่าเพราะแค่อยากบอกว่า

บางที “อาชญากร” เหล่านี้…

ก็ “มีที่มา”

เราจึงควรตั้งคำถามให้มากกว่า
“ประหารมันได้มั้ย?”

แต่เราควรมีคำถาม ว่าอะไรที่ทำให้เด็กๆที่เคยมีแววตาไร้เดียงสา กลับกลายเป็นแววตาแห่ง “อาชญากร”

อะไรที่ทำให้เด็กคนหนึ่งเติบโตมาแบบขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ขาดความเห็นใจในความสูญเสียของชีวิตอื่น…

เค้าไม่เข้าใจความหมายของความเห็นอกเห็นใจ… เป็นไปได้มั้ยว่าเพราะไม่เคยได้รับ?

อะไรที่ก็อาจมีส่วน “ร่วมลงมือฆ่า”

พ่อแม่ที่ไม่ได้ตั้งใจเลี้ยงลูก?
ความยากจน?
การเลี้ยงดูที่ทำให้เด็กขาดรัก?
ความรุนแรงในบ้าน?
ครูที่ไม่เข้าใจที่มาของปัญหาเด็ก?
โรงเรียนที่เน้นวิชาการแต่ไม่เน้นทักษะการใช้ชีวิต?
การแก้ปัญหาของโรงเรียนที่แค่ไล่ออกไปให้พ้นตัว?
การล้อ แกล้ง รังแก ในหมู่เพื่อน?
โรคสมาธิสั้น โรคที่ฉันก็ไม่ได้อยากเป็น?
สื่อ เกมส์ ที่มีความรุนแรง?
สังคมที่อาวุธช่างหาง่าย?
กระบวนการยุติธรรมที่ล้มเหลว?
ไปจนถึงการปฏิเสธการยุติการตั้งครรภ์ให้กับคนที่ไม่พร้อมมีลูก?

เพราะถ้าเราไม่ตั้งคำถาม…
เราก็จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง

และเราก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมผลิต

“อาชญากรตัวน้อย” ให้เพิ่มเข้ามาในสังคม

เพื่อให้สังคมถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า…

ว่า “เราจะประหารมันได้มั้ย?”

‪#‎หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน
ผู้เข้าใจความสูญเสียและอยากให้เรามองอะไรที่มากไปกว่าการแก้แค่ปลายเหตุ