ภารกิจ 9 ด้าน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัดแบบบูรณาการ

ภารกิจที่ 1  พัฒนากลไกประสานการทำงาน และกระตุ้นให้มีการทำหน้าที่ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มแข็ง

การพัฒนากลไกประสานการทำงานระดับจังหวัดและกระตุ้นให้มีการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มแข็ง คณะอนุกรรมการอนามัยการเจริญพันธุ์จังหวัด หรือตั้งคณะทำงานชุดใหม่ เป็นต้น จะทำหน้าที่เป็นกลไกประสานการขับเคลื่อนงาน และวิเคราะห์ จัดทำแผนผังการประสานการทำหน้าที่ที่ต้องเชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงาน-องค์กรภาคส่วนต่างๆ โดยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานต้องเข้าใจเป้าหมายและแนวทางการทำงานที่มีวัยรุ่นเป็นศูนย์กลาง รวมทั้งการสื่อสารและรับฟังอย่างสร้างสรรค์ และมีข้อตกลงร่วมกันในบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจนของแต่ละหน่วยงานหรือองค์กรของโครงการนี้

ภารกิจที่ 2  การสนับสนุนให้พ่อแม่มีทักษะคุยกับลูกอย่างเปิดใจเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ และเพศสัมพันธ์

            ค้นหาภาคีที่สามารถพัฒนาทักษะให้พ่อแม่ หรือผู้ปกครองที่ดูแลลูกหลานวัยรุ่นมีความรู้ ความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดีในเรื่องเพศและมีทักษะในการสื่อสารเรื่องเพศอย่างสร้างสรรค์ในครอบครัว และสนับสนุนกลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองเหล่านี้เป็นตัวช่วยขยายผลต่อ เพื่อส่งผลถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการสื่อสารของพ่อแม่ ผู้ปกครอง กับเด็กและวัยรุ่น โดยอาศัยการดำเนินการแบบนำร่องผ่านกลไกที่มีภารกิจอยู่แล้วในการให้การศึกษาแก่ครอบครัวในชุมชน เช่น ศูนย์พัฒนาครอบครัวของ อปท. ภายใต้การสนับสนุนของ พม. หรือดำเนินงานร่วมกับสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด เป็นต้น และสร้างบรรทัดฐานสังคมใหม่ เรื่องการสื่อสารเรื่องเพศภายในครอบครัว ด้วยการสร้างความเข้าใจถึงการปรับตัวในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยส่งเสริมการสื่อสารที่เปิดใจ รับฟังกันและกัน จะส่งผลช่วยคลี่คลายปัญหาเรื่องเพศในวัยรุ่นได้อย่างสำคัญ

ภารกิจที่ 3  มีกลไกสนับสนุนให้ทุกโรงเรียนมีการเรียนการสอน เรื่องการพัฒนาทักษะชีวิตและเพศวิถีศึกษารอบด้าน

            สนับสนุนให้เกิดการเรียนการสอน หรือจัดให้มีหลักสูตรเรื่องทักษะชีวิตและเรื่องเพศศึกษารอบด้าน (Comprehensive Sexuality Education) วัยรุ่นในทุกสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ และพัฒนาศักยภาพครูสอนเพศศึกษา โดยจัดอบรมเตรียมความพร้อม พร้อมกับสร้างความเข้าใจแนวคิด ความจำเป็น และวิธีดำเนินงานแก่ผู้บริหารโรงเรียน มีการจัดระบบ Coaching ภายในโรงเรียน เพื่อพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงสนับสนุนกิจกรรมนักเรียนนอกเหนือจากการเรียนรู้ในชั้นเรียน จัดกิจกรรมกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษาและชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และสนับสนุนให้เกิด โดยทำงานเชื่อมโยงกับภารกิจที่ 2 รวมทั้งการสร้างให้เกิดความยั่งยืนให้มีระบบสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรการดำเนินงานดังกล่าว ผ่านองค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่

ภารกิจที่ 4  การวิเคราะห์ และออกแบบการทำงานเพื่อเจาะกลุ่มวัยรุ่นที่มีแนวโน้มว่าจะมีเพศสัมพันธ์ และเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์โดยเฉพาะ

            ผู้ปฏิบัติงานและนักวิชาการในจังหวัด (หรือระดับอำเภอ) สามารถนำข้อมูลทั้งเชิงสถิติ และเชิงคุณภาพเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นในพื้นที่มาวิเคราะห์หาสาเหตุและปัจจัยที่นำไปสู่การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และออกแบบการจัดบริการด้านสุขภาพและบริการด้านอื่นๆ ให้เหมาะสมและเข้าถึงวัยรุ่นกลุ่มนี้ เพื่อนำไปสู่การป้องกันและแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในกลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีกระบวนการพัฒนาทักษะชีวิตและความเข้มแข็งทางใจให้กลุ่มวัยรุ่นที่มีความเปราะบางสูง โดยต้องวิเคราะห์ช่องทางการเข้าถึงและจัดกระบวนการกับวัยรุ่นกลุ่มนี้ และทำงานเชื่อมโยงกับเครือข่ายบริการสุขภาพ และบริการสังคมในพื้นที่ร่วมด้วย

ภารกิจที่ 5  การรณรงค์สื่อสารให้วัยรุ่นตระหนักถึงความรับผิดชอบ เพื่อชะลอการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ร่วมไปกับการรณรงค์ให้วัยรุ่นใช้การคุมกำเนิดที่ได้ผลหากต้องมีเพศสัมพันธ์

          ผู้รับผิดชอบประเด็นการสื่อสารมีหน้าที่เชื่อม การทำงานกับภาคีสื่อต่างๆ ในจังหวัด สามารถติดตามการทำงานของคณะทำงานทั้งหมด เพื่อสื่อสารประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องให้ทันสถานการณ์ และสามารถวางแผนการทำงานสื่อสารสาธารณะได้สอดคล้องกับแผนการทำงานภาพรวม รวมทั้งสามารถขอความร่วมมือจากสื่อต่างๆ ทั้งในและนอกพื้นที่ได้รวดเร็ว  ผู้ ติดตามแผนการรณรงค์สื่อสารในส่วนกลาง (สสส. และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่างๆ ) ให้เกิดการหนุนเสริมการสร้างบรรยากาศการทำงานขององค์กรภาคต่างๆ ได้ ทั้งนี้ เน้นการรณรงค์สื่อสารให้วัยรุ่นทั้งชายและหญิง เกิดความตระหนักถึงผลที่จะตามมาจากการกระทำของตนเอง และสนับสนุนให้วัยรุ่นใช้วิธีคุมกำเนินที่ได้ผลหากต้องมีเพศสัมพันธ์ โดยสื่อสารด้วยภาษาที่ “เข้าถึง” วัยรุ่นอย่างต่อเนื่อง

ภารกิจที่ 6  จัดให้มีบริการสุขภาพที่เป็นมิตรกับวัยรุ่นครอบคลุมบริการที่จำเป็นทุกด้านและเข้าถึงวัยรุ่นทุกกลุ่ม

            หน่วยงานรับผิดชอบหลักสามารถจัดให้มีบริการอนามัยเจริญพันธุ์วัยรุ่นที่เป็นมิตร ที่ทำให้วัยรุ่นมีความรู้สึกปลอดภัยและไว้วางใจ รักษาความลับของผู้รับบริการ ซึ่งผู้ให้บริการต้องมีความเข้าใจ ยอมรับความหลากหลายของวัยรุ่น ควรมีบริการทุกด้านตามที่วัยรุ่นต้องการ ซึ่งครอบคลุมการให้คำปรึกษา การป้องกัน และรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การคุมกำเนิด การยุติการตั้งครรภ์ (มีบริการหรือสามารถส่งต่อเพื่อรับบริการยุติการตั้งครรภ์ที่รวดเร็ว ปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย) และการดูแลระหว่างและหลังคลอด โดยหน่วยบริการสามารถให้บริการที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต (เช่น ช่วงเวลาเย็นหรือค่ำ) และไม่ควรมีบริการแต่เฉพาะในสถานพยาบาลเท่านั้น มีหน่วยบริการเคลื่อนที่ (โดยเฉพาะด้านการคุมกำเนิด) ในพื้นที่ที่วัยรุ่นอยู่รวมกันหนาแน่น นอกจากนี้ ควรเป็นบริการที่ไม่มีค่าใช้จ่าย (จ่ายโดยระบบหลักประกันสุขภาพ หรือ อปท.) หรือจ่ายได้บ้างตามสามารถ มีการประชาสัมพันธ์บริการผ่านสื่อท้องถิ่น และสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ และบริการให้คำปรึกษาผ่านสื่อที่มีในพื้นที่ รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพของผู้ให้บริการ และมีระบบตรวจสอบเพื่อพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการทำงานแบบเครือข่ายบริการที่มีวัยรุ่นไปใช้บริการประจำ และในระยะยาวต้องพัฒนาแกนนำวัยรุ่นในด้านการส่งเสริมสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์ให้สามารถใช้ชีวิตทางเพศที่ปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ

ภารกิจที่ 7  ระบบบริการที่สัมพันธ์เชื่อมโยงกันทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา และด้านสังคมที่ให้การช่วยเหลือวัยรุ่นที่ประสบปัญหาตั้งแต่เริ่มรับรู้ปัญหา จนกระทั่งวัยรุ่นและผู้เกี่ยวข้องสามารถจัดการปัญหาได้อย่างเหมาะสม โดยความมีส่วนร่วมและการตัดสินใจของตัววัยรุ่น

            หน่วยบริการหลักด้านสุขภาพ การศึกษา และด้านสังคม ต้องประสานการทำงานระหว่างกัน เมื่อเกิดกรณีวัยรุ่นตั้งครรภ์ แต่ละหน่วยควรมีแนวทางปฏิบัติและการส่งต่อระหว่างกัน และร่วมกันทบทวนแนวทางดังกล่าวทุกครั้งภายหลังมีการดำเนินการ เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ และปรับปรุงแนวทางปฏิบัติและการส่งต่อระหว่างกันให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเน้นเพื่อช่วยให้วัยรุ่นที่ประสบปัญหาสามารถเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้เร็วที่สุด โดยเฉพาะการให้คำปรึกษาทางเลือกในการตัดสินใจเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ควบคู่ไปกับการป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำ ช่วยให้สามารถกลับไปศึกษาต่อได้ หรือได้รับการฝึกอาชีพ ซึ่งจะช่วยให้วัยรุ่นที่ประสบปัญหาสามารถกลับเข้าสู่สังคมและมีโอกาสพัฒนาศักยภาพของตนได้ต่อไป

ภารกิจที่ 8  อปท. ทุกพื้นที่พัฒนา “พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเยาวชน” และสนับสนุนทรัพยากรอย่างเหมาะสม เพื่อเอื้อให้วัยรุ่นได้ใช้เวลาว่าง ทำกิจกรรมดีๆ อย่างสร้างสรรค์ ช่วยให้เกิดความตระหนักในคุณค่าของตนเอง

            “พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเยาวชน” หมายถึง การจัดให้มีสถานที่ (เช่น ลานกิจกรรม สนามในโรงเรียนหลังเวลาเรียน สวนสาธารณะ พื้นที่สาธารณะอื่นๆ หรือแม้แต่พื้นที่เอกชนที่ยินดีสนับสนุน) หรือจัดกิจกรรมนันทนาการที่วัยรุ่นและเยาวชนกลุ่มต่างๆ สามารถใช้เพื่อทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดย อปท. และพมจ. มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุน “สภาเด็กแลเยาวชน” ในแต่ละพื้นที่อยู่แล้ว แต่ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงของเด็กและเยาวชนบางกลุ่ม จึงต้องคำนึงถึง “ความมีส่วนร่วมตัดสินใจ” และ “ความหลากหลาย” ของเยาวชนทุกกลุ่ม ดังนั้น ในแต่ละพื้นที่ของ อปท. จึงอาจมี “พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเยาวชน” ได้หลายรูปแบบ โดยการออกแบบพื้นที่สร้างสรรค์ฯ ต้องใช้ความมีส่วนร่วมของหน่วยงานทุกภาคส่วน รวมทั้งเยาวชนและวัยรุ่นเป็นสำคัญ

ภารกิจที่ 9  การพัฒนาระบบข้อมูล เพื่อติดตามและประเมินความก้าวหน้า และการจัดการความรู้ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง

            มีการออกแบบระบบฐานข้อมูล ระบบประเมินและติดตามความก้าวหน้าโครงการ กระบวนการจัดการความรู้ และนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาการทำงาน และระบบรายงานเป็นประจำทุกเดือน เพื่อประมวลความคืบหน้าการดำเนินงานของแต่ละภารกิจ โดยคำนึงถึงระบบข้อมูลเดิมที่มีอยู่แล้ว (เช่น Behavior survey ของสาธารณสุข เป็นต้น) ให้สามารถต่อยอดหรือเสริมความเข้มแข็งของระบบข้อมูลเดิม เน้นการเชื่อมร้อยข้อมูลที่มีอยู่ ประมวลและวิเคราะห์ร่วมกัน รวมทั้งต้องมีการสื่อสารและป้อนข้อมูลย้อนกลับ (feed back) เพื่อให้หน่วยปฏิบัติการได้รับรู้ และสามารถใช้ข้อมูลไปพัฒนาการทำงานอย่างต่อเนื่อง และทุกองค์กรภาคส่วนต้องตกลงร่วมกันที่จะใช้ระบบฐานข้อมูลเดียวกัน ไม่ควรเก็บข้อมูลซ้ำซ้อน โดยอาจประสานให้มีสถาบันวิชาการในพื้นที่หรือในภูมิภาคร่วมเป็นภาคีทำงานควบคู่ไปกับทีมขับเคลื่อนงานและหน่วยปฏิบัติการต่างๆ ในพื้นที่

            ทั้งนี้ ระบบประเมินและติดตามความก้าวหน้า กระบวนการจัดการความรู้ และกระบวนการพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงาน ควรออกแบบให้มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์และต่อเนื่องกัน เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานทั้ง 3 ส่วน และลดความซ้ำซ้อน โดยทีมงานที่ทำงานทั้ง 3 ส่วนนี้ ควรเป็นทีมเดียวกันหรือทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และมีการนำผลการประเมินและติดตามความก้าวหน้า นำเสนอให้กลไกคณะทำงานกลาง และผู้รับผิดชอบภารกิจแต่ละด้านได้รับรู้ และพิจารณาข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงการทำงานร่วมกัน